
คมนาคมรับข้อเสนอผู้บริโภค ปรับใหญ่ "รถเมล์ไฟฟ้า-ค่าโดยสาร 40 บาท-คุมแอปเรียกรถ"
รมช.คมนาคมขานรับข้อเสนอนโยบายสภาผู้บริโภค เร่งเดินหน้า 5 มาตรการ ปฏิรูปรถเมล์ รถไฟฟ้า แอปเรียกรถ ยกระดับขนส่งสาธารณะไทย ลดเหลื่อมล้ำการเดินทาง
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค พร้อมด้วยนายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ และนายอดิศักดิ์ สายประเสริฐ หัวหน้าหน่วยสนับสนุนขับเคลื่อนนโยบาย สภาผู้บริโภค และนางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าพบนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายด้านขนส่งสาธารณะ พร้อมเสนอ 5 มาตรการเร่งด่วน (Quick Win) ที่สามารถผลักดันได้ทันทีภายใต้อำนาจของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับคุณภาพบริการขนส่งสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำในการเดินทาง และสร้างหลักประกันให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงบริการสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม
สำหรับข้อเสนอ 5 มาตรการเร่งด่วน (Quick Win) ของสภาผู้บริโภค ประกอบด้วย
- รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย โดยเร่งรัดการประกาศใช้กฎกระทรวงการใช้เงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยเพิ่มวัตถุประสงค์การใช้เงินให้สามารถสนับสนุน รถรับส่งนักเรียน และ รถโดยสารประจำทาง ได้โดยตรง
- การผลักดัน กองทุนขนส่งสาธารณะจังหวัด และเปิดเผยข้อมูลใบอนุญาตเดินรถ แก้ปัญหาใบอนุญาตที่ไม่มีการให้บริการจริง เพื่อสนับสนุนให้ท้องถิ่นจัดบริการรถสาธารณะ
- จัดระเบียบ รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ให้กระทรวงคมนาคมสนับสนุนแนวทาง CAR FREE EVERY DAY ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะ
- กำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน หรือไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ประชาชน
เปลี่ยนรถเมล์ไฟฟ้า 1,500 คัน
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ให้นโยบายองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าเปลี่ยนรถโดยสารเป็นรถเมล์ไฟฟ้า 1,500 คัน และทยอยปรับเปลี่ยนรถดีเซลเป็นรถเมล์ไฟฟ้าอีก 800 คัน ควบคู่กับการจัดเส้นทางเดินรถใหม่ (Re-route) ให้เหมาะสมกับความต้องการเดินทางของประชาชน และเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการในบางเส้นทาง เพื่อแก้ปัญหารถไม่เพียงพอและลดระยะเวลารอคอย ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของสภาผู้บริโภคในการผลักดันแนวคิด CAR FREE EVERY DAY ให้ประชาชนสามารถลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลได้จริง
พร้อมกันนี้ กระทรวงยังเตรียมยกระดับคุณภาพบริการรถเมล์ด้วยการติดตั้งระบบ GPS และระบบแจ้งเตือนข้อมูลการเดินรถ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถรับรู้เวลารถเข้าออกได้แบบเรียลไทม์ ลดปัญหาความไม่แน่นอนในการเดินทาง รวมถึงยกระดับวินัยผู้ขับขี่และภาพลักษณ์บริการสาธารณะโดยรวม
หนุนค่าโดยสารเป็นธรรม ศึกษาเพดานเหมาจ่ายรายวัน
ในประเด็นค่าโดยสาร นายสิริพงศ์ ระบุว่า กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางสอดคล้องกับค่าครองชีพของประชาชน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบแนวทางให้ศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ทั้งรถ ราง และเรือ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องต่อหลายระบบให้มีภาระลดลง พร้อมพิจารณาความเป็นไปได้ของการกำหนดเพดานค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายรายวัน เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้คุ้มค่าและไม่เป็นภาระเกินจำเป็น ซึ่งสอดรับกับข้อเสนอของสภาผู้บริโภคที่ผลักดันค่าโดยสารรถไฟฟ้าในระดับที่ประชาชนจ่ายไหว
นอกจากนี้ ในระบบราง การกำหนดเพดานราคาตาม พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ต้องดำเนินการเจรจากับผู้รับสัมปทานต่อไป แต่เบื้องต้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วงในรูปแบบเหมาจ่าย 40 บาทตลอดวัน ผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EMV) สามารถดำเนินการได้เลย
จัดระเบียบรถรับจ้างผ่านแอปฯ ภายใน 4 เดือน
สำหรับข้อเสนอเรื่องการกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแพลตฟอร์ม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงได้ให้นโยบายชัดเจนว่า ภายใน 4 เดือนจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันประเภท รย.17 และ รย.18 รวมถึงยกระดับมาตรฐานผู้ขับขี่ให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง โดยรถที่จะให้บริการต้องมีใบขับขี่สาธารณะ มีประกันภัย มีกล้องวงจรปิด และต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ
“บริการแพลตฟอร์มไม่ควรนำทรัพย์สินของประชาชนมาหารายได้โดยที่รัฐไม่มีกติกากำกับดูแล ผู้บริโภคต้องมาก่อน หากยังไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข กระทรวงจะไม่ต่อทะเบียนให้” นายสิริพงศ์ กล่าว
ดันกองทุนขนส่งจังหวัด เร่งทำให้เกิดผล
ด้านข้อเสนอเรื่องกองทุนขนส่งสาธารณะจังหวัดและการสนับสนุนรถโดยสารท้องถิ่น นายสิริพงศ์ ระบุว่า กระทรวงพร้อมรับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการขนส่ง โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่ประชาชนยังขาดระบบเดินทางสาธารณะที่เพียงพอ พร้อมย้ำว่า กระทรวงพยายามทำให้ทุกข้อเสนอเกิดขึ้นได้ง่ายและเร็วที่สุดภายใต้กรอบเวลาเร่งด่วน
ด้านนางสาวสารี กล่าวว่า การเดินทางไม่ใช่เพียงเรื่องของการคมนาคม แต่เป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ที่เชื่อมโยงกับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา การทำงาน การรักษาพยาบาล และบริการของรัฐ หากประชาชนยังไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ ปลอดภัย และมีราคาที่จ่ายไหว ย่อมหมายถึงการถูกจำกัดโอกาสในการใช้ชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยปริยาย
สภาผู้บริโภคจึงเดินหน้าผลักดันแนวคิด “ขนส่งสาธารณะที่ทุกคนขึ้นได้ทุกวัน” โดยย้ำว่าระบบขนส่งสาธารณะในฐานะบริการสาธารณะจำเป็นต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ เข้าถึงได้ (Accessible) จ่ายไหว (Affordable) และปลอดภัย (Safe) เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด เด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้มีรายได้น้อย สามารถใช้บริการได้อย่างเป็นธรรมและไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สภาผู้บริโภคยังเตรียมเสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ การผลักดันรถโดยสารชั้นเดียวทดแทนรถสองชั้น รวมถึงการพัฒนาระบบฟีดเดอร์เชื่อมต่อการเดินทางในเขตเมืองและต่างจังหวัด และการยืนยันตัวตนของผู้ให้บริการผ่านแอปฯ ทุกครั้งก่อนให้บริการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะไทยในระยะต่อไป
“ข้อเสนอทั้งหมดของสภาผู้บริโภคมีเป้าหมายเดียวกัน คือ บริการขนส่งสาธารณะเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการเดินทางที่เท่าเทียม สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้จริง และไม่ถูกจำกัดโอกาสในชีวิต เพียงเพราะไม่มีระบบขนส่งที่ดีรองรับ” นางสาวสารีกล่าวทิ้งท้าย







