posttoday
กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุน SME-Startup จด IP ต่างประเทศสูงสุด 1.2 แสนต่อราย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุน SME-Startup จด IP ต่างประเทศสูงสุด 1.2 แสนต่อราย

01 พฤษภาคม 2569

กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุนงบ SME- STARTUP จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ สูงสุด 1.2 แสนบาทต่อราย เชื่อมทูตพาณิชย์ทั่วโลก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ “สินค้าแบรนด์ไทย” ที่ถูกลอกเลียนแบบไปวางขายในต่างประเทศ ทั้งหน้าตา แพ็กเกจ ไปจนถึงแนวคิดสินค้า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทำให้เจ้าของแบรนด์เสียโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนจุดอ่อนสำคัญของผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อย การไม่เร่งปกป้อง “ทรัพย์สินทางปัญญา” ของตัวเองตั้งแต่ต้น

 

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SME, Startup นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยเข้าร่วม “โครงการส่งเสริมการขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ประจำปี 2569” สนับสนุนการนำทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย ประเภทเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจดทะเบียนในประเทศเป้าหมายทางธุรกิจ เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทย โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดสากล 

 

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน การได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ในต่างประเทศไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดสิทธิ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าและนักลงทุน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดและสร้างแบรนด์ในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพให้สามารถก้าวสู่ตลาดต่างประเทศและขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง 

 

 

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการสนับสนุนผ่านโครงการดังกล่าวรวม 16 ราย ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในกลุ่มประเทศเป้าหมายทั้งในภูมิภาคเอเชีย สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา สามารถสร้างยอดขายและมูลค่าการซื้อขายสิทธิรวมกว่า 51.4 ล้านบาท อาทิ แบรนด์ MOO DENG ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอเครื่องหมายการค้าใน 10 ประเทศ) แบรนด์ Warbie Yama คาแรคเตอร์การ์ตูนที่นำมาต่อยอดเป็นสินค้าแฟชั่น ของเล่น ของสะสม ของ บจก. อาร์วามะ (อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอเครื่องหมายการค้าใน 10 ประเทศ)

 

สารเคลือบผิวเลียนแบบธรรมชาติจากซิลิกาของเสียการเกษตรสำหรับการดักจับและฟื้นฟูการกำจัดฝุ่น PM 2.5 ของ บจก. แอดวาเทค (อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในสหรัฐอเมริกา) เก้าอี้หวายเอ็มมา (Emma) ของ บจก. คอร์เนอร์ 43 เดคคอร์ (ได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในสหภาพยุโรป) ชุดโคมไฟ รี-อัพ (RE-UP) ของ บจก.เทคโฮมดีไซน์ (ได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในสหภาพยุโรป) เป็นต้น 

 

สำหรับปีนี้ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเป้าผลักดันผู้ประกอบการที่มีทรัพย์สินทางปัญญาประเภทเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรือสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มีความโดดเด่นและ มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ รวมทั้งมีแผนธุรกิจที่พร้อมจะขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

 

โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกได้รับการวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ และการวางแนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาให้เหมาะสมกับธุรกิจ ตลอดจนการจัดทำคำขอและยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ

 

โดยมีการสนับสนุนเงินทุนสำหรับเป็นค่าธรรมเนียมการยื่นจดทะเบียนตามประเภททรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ เครื่องหมายการค้า 80,000 บาท/ราย สิทธิบัตรการประดิษฐ์ 120,000 บาท/ราย และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 80,000 บาท/ราย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำผลงานทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดทางธุรกิจและขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SME, Startup นักประดิษฐ์และนักวิจัยที่มีทรัพย์สินทางปัญญาประเภทที่กำหนด และมีแผนที่จะขยายตลาดสู่ต่างประเทศ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการผ่าน https://qr.ipthailand.go.th/wRkPadEv จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 

 

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทเชิงรุกของกรมฯ ในการยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจของไทยให้พร้อมแข่งขันในเวทีสากล โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นฐานในการวางกลยุทธ์การเติบโตอย่างเข้มแข็งและมีทิศทาง ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการสิทธิและการเข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ซึ่งในระยะยาวจะช่วยเชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากการผลิตเชิงปริมาณไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่าและทรัพย์สินทางปัญญา อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ข่าวล่าสุด

9 ล้านเสียงของครีเอเตอร์ไทย อาชีพที่ทุกคนรู้จัก แต่ยังไม่มีตัวตนในระบบ

9 ล้านเสียงของครีเอเตอร์ไทย อาชีพที่ทุกคนรู้จัก แต่ยังไม่มีตัวตนในระบบ