จับตาระเบียบโลกใหม่! สหรัฐฯ-อิสราเอล รุกฆาตอิหร่าน สู่สงครามไร้จุดจบ
วิเคราะห์สมรภูมิตะวันออกกลางที่เปลี่ยนจากกฎหมายสู่ "กฎแห่งป่า" เมื่อมหาอำนาจชิงจังหวะทำลายขั้วอำนาจอิหร่าน ท่ามกลางเกมคานอำนาจลับจากจีน-รัสเซีย และบทบาทไทยในวิกฤตนี้
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจและจัดระเบียบโลกใหม่
- สหรัฐฯ และอิสราเอลใช้ยุทธศาสตร์ "สงครามฉวยโอกาส" รุกโจมตีในช่วงที่อิหร่านอ่อนแอที่สุด เพื่อสกัดกั้นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
- ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าสงครามจะยืดเยื้อไร้จุดจบ และเปลี่ยนรูปแบบสู่สงครามอสมมาตร (Asymmetric Warfare) ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
บทวิเคราะห์: สมรภูมิเดือดตะวันออกกลาง กับการพังทลายของระเบียบโลก
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของการปะทะตามแนวชายแดน สู่สภาวะสงครามเต็มรูปแบบที่มุ่งหวังการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจโลก (Global Order) อย่างถาวร นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านจากโลกที่ยึดถือพหุภาคีไปสู่ระเบียบแบบ "กฎแห่งป่า" ที่ผู้มีอำนาจทางทหารเหนือกว่าเป็นผู้กำหนดกติกา
ยุทธศาสตร์รุกฆาตในวันที่ศัตรูอ่อนแอ
รองศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และการเมืองระหว่างประเทศ นิยามปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น "สงครามฉวยโอกาส" (War of Opportunity) โดยชี้ให้เห็นว่าอิสราเอลกำลังอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งที่สุดในเชิงยุทธวิธี สามารถปฏิบัติการลอบสังหารระดับสูงได้อย่างแม่นยำ ในทางกลับกัน อิหร่านกลับเผชิญภาวะเปราะบางที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทั้งจากวิกฤตเศรษฐกิจภายในและการถูกโดดเดี่ยวจากมาตรการคว่ำบาตร
"มันคือการเอาปืนมาวางบนโต๊ะเจรจา สหรัฐฯ และอิสราเอลเลือกที่จะไม่รอ เพราะหากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป อิหร่านอาจพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จนกลายเป็น 'เกาหลีเหนือแห่งตะวันออกกลาง' ซึ่งจะทำให้การจัดการทำได้ยากขึ้นหลายเท่าตัว" — ดร.ปณิธาน วัฒนายากร
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตั้งข้อสังเกตว่าเป้าหมายในการ "ล้มล้างระบอบ" (Regime Change) นั้นอาจเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากโครงสร้างอำนาจของอิหร่านไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่เป็น "รัฐศาสนา" ที่มีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) วางระบบสืบทอดอำนาจไว้หลายชั้น การทำลายเพียงยอดปิรามิดจึงไม่อาจถอนรากถอนโคนอุดมการณ์ที่ฝังรากลึกได้
เกมซ่อนเงาของมหาอำนาจและสงครามรูปแบบใหม่
ในขณะที่การปะทะเบื้องหน้าดุเดือด บทบาทของ จีน และรัสเซีย กลับเป็นไปอย่างระมัดระวังแต่ลุ่มลึก ทั้งสองมหาอำนาจเลือกที่จะไม่เผชิญหน้ากับสหรัฐฯ โดยตรง แต่ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค การข่าว และระบบป้องกันภัยทางอากาศอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากอิหร่านคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญในกลุ่ม BRICS และแหล่งพลังงานโลก หากอิหร่านล่มสลาย ย่อมหมายถึงอิทธิพลของจีนและรัสเซียในภูมิภาคนี้จะถูกกวาดล้างไปด้วย
เมื่อไม่สามารถต้านทานแสนยานุภาพทางอากาศของสหรัฐฯ ได้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอิหร่านจะปรับตัวเข้าสู่ "สงครามอสมมาตร" (Asymmetric Warfare) โดยใช้เครือข่ายพันธมิตรโจมตีจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เช่น เมืองดูไบ หรือการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อราคาพลังงานและความมั่นคงทางการเงินโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทางออกของไทย: มนุษยธรรมนำการทูต
สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งด้านแรงงานและพลังงานในพื้นที่ความขัดแย้ง ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ไทยก้าวข้ามการเป็นกลางแบบนิ่งเฉย (Passive Neutrality) สู่การเป็นกลางเชิงรุก (Active Neutrality)
"ไทยควรใช้มนุษยธรรมเป็น Soft Power ในการเปิดพื้นที่เพื่อสันติภาพ การส่งมอบเวชภัณฑ์และอาหารไม่เพียงแต่เป็นการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นว่าเราคือมิตรของทุกฝ่ายที่ไม่เลือกข้างในสงครามตัวแทน" — ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์
บทสรุป: แม้สงครามในรูปแบบดั้งเดิมอาจเห็นผลแพ้ชนะในเชิงพื้นที่ แต่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ "สงครามยืดเยื้อรูปแบบใหม่" ที่ความขัดแย้งจะกระจายตัวไปในมิติไซเบอร์ เศรษฐกิจ และการก่อการร้ายใต้ดิน ซึ่งจะกลายเป็นโจทย์ท้าทายระเบียบโลกไปอีกนานแสนนาน
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิก)


