ส่องสมการ รัฐบาลอนุทิน2 เพื่อไทยในใต้ร่มเงา กล้าธรรมจิ๊กซอว์ที่ขาดไม่ได้
พลิกขั้วอำนาจ! ภูมิใจไทยผงาดแกนนำ 193 เสียง บีบเพื่อไทยที่คะแนนวูบเหลือ 74 ที่นั่ง ยอมรับบทผู้ตาม ขณะที่ ‘กล้าธรรม’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญอุดช่องโหว่ ป้องกันเพื่อไทยขู่ถอนตัวล้มรัฐบาล
KEY
POINTS
- เพื่อไทยในสภาวะจำยอม: ด้วยจำนวน สส. ที่ลดลงเหลือ 74 ที่นั่ง และฐานเสียงบัญชีรายชื่อหายไปครึ่งหนึ่ง ทำให้พรรคเพื่อไทยตกเป็นพรรคอันดับ 3 และต้องยอมอยู่ภายใต้ร่มเงาอำนาจของภูมิใจไทยที่มีถึง 193 ที่นั่ง
- กล้าธรรมคือหลักประกัน: พรรคกล้าธรรม (58 เสียง) ภายใต้การนำของ ‘นฤมล-ธรรมนัส’ ถูกดึงเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อเป็น "ตัวสำรองเชิงยุทธศาสตร์" ลดอำนาจต่อรองของเพื่อไทย และป้องกันเหตุการณ์รัฐบาลเสียงข้างน้อยหากเกิดการถอนตัว
- สูตรสำเร็จกันยุบสภา: นายกฯ อนุทิน จำเป็นต้องรักษาทั้งเพื่อไทยและกล้าธรรมไว้ในสมการ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขยับถอนตัว จะใช้วิธีชิงปรับ ครม. เพื่อดึงอีกฝ่ายเป็นแกนหลักแทนทันที ปิดช่องว่างไฟลต์บังคับที่ต้องประกาศยุบสภา
พลิกเกมอำนาจ: เมื่อ ‘เพื่อไทย’ ไม่ใช่ผู้คุมเกม
สถานการณ์การเมืองไทยปี 2569 สะท้อนภาพชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทย กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่น หลังจำนวน สส. และคะแนนนิยมบัญชีรายชื่อลดลงอย่างหนัก
ส่งผลให้สถานะ "ผู้นำ" เลือนหายไป และต้องยอมรับบทบาท "ผู้ตาม" ในรัฐบาลที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
ในขณะที่ พรรคภูมิใจไทย ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำหลักด้วยจำนวน 193 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคร่วมอื่นอย่างขาดลอย ทำให้ภูมิใจไทยกลายเป็นผู้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการเลือกพรรคร่วมรัฐบาล บีบให้เพื่อไทยไม่มีอำนาจต่อรองและจำต้องเข้าใต้ร่มเงาอย่างสมบูรณ์
'กล้าธรรม' กันชนสำคัญในสมการอำนาจ
ยุทธวิธีที่น่าสนใจคือการดึง พรรคกล้าธรรม (58 เสียง) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเสียงเท่านั้น
แต่คือการสร้าง "ทางหนีทีไล่" เนื่องจากภูมิใจไทยไม่สามารถวางใจเพื่อไทยได้เต็มร้อยจากบทเรียนการปะทะกันในอดีต
ความเสี่ยงสูงสุดคือหากเพื่อไทย (74 เสียง) ตัดสินใจถอนตัวกะทันหัน จะทำให้รัฐบาลมีเสียงไม่ถึง 250 เสียง และบีบให้นายกฯ ต้องยุบสภา
การมีพรรคกล้าธรรมสแตนด์บายอยู่ จึงเป็นกลยุทธ์ "ชิงปรับ ครม." เพื่อดันกล้าธรรมขึ้นมาเสียบแทนทันที ช่วยให้รัฐบาลประคองตัวต่อไปได้โดยไม่ต้องเผชิญกับการยุบสภา
ยุทธศาสตร์ Deep State และเงา ‘ครูใหญ่-ธรรมนัส’
สมการนี้ยังเกี่ยวข้องกับการจัดวางระบบอำนาจที่ซับซ้อน โดยมีผู้เล่นระดับแนวหน้าอย่าง "ครูใหญ่แห่งค่ายบุรีรัมย์" และ "ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า" รวมถึงโครงสร้างอำนาจที่ถูกเซ็ตไว้ล่วงหน้าว่าอย่างไรเสียพรรคกล้าธรรมต้องอยู่ในสมการนี้
บทสรุปของรัฐบาลอนุทิน2 หลังการเลือกตั้ง69 จึง "ขาดพรรคกล้าธรรมไม่ได้" เพราะนี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยอุดช่องโหว่ ตัดอำนาจต่อรองของเพื่อไทย และรักษาสถานะความเป็นรัฐบาลของภูมิใจไทยให้ยาวนานที่สุด.
แหล่งที่มา: เนชั่นอินไซต์ (คลิก)


