posttoday

เดดไลน์ 60 วัน: เกมยื้อรับรอง สส. ชี้ชะตากกต. ระวังโดมิโนตั้งรัฐบาลสะดุด

17 กุมภาพันธ์ 2569

สังคมจับตา พร้อมกังขา กกต. เร่งสางปมทุจริต-บัตรเขย่ง หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 หากรับรอง ส.ส. 95% ไม่ทันกรอบ 60 วัน เสี่ยงคุก-เว้นวรรค 20 ปี และทำโรดแมปตั้งรัฐบาลอัมพาต

KEY

POINTS

  • กกต. มีกรอบเวลา 60 วันในการประกาศรับรองผล สส. ท่ามกลางแรงกดดันและข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง
  • หาก กกต. ไม่สามารถประกาศผลได้ทันตามกำหนดโดยไม่มีเหตุอันควร อาจต้องเผชิญโทษทางกฎหมายทั้งจำคุกและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  • ความล่าช้าในการรับรองผล สส. อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้การเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต้องหยุดชะงัก

การเลือกตั้งสส.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กำลังกลายเป็น "บททดสอบ" ครั้งสำคัญของ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบด้วย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง และกรรมการ นายวิโรจน์ เลิศโกวัฒนะ นายฐิติเชษฐ์ นายชาย นครชัย นายสิทธิโชค อินทรวิเศษ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ นายณรงค์ รักร้อย 

ไม่ใช่เพียงแค่การนับคะแนนให้ครบ 100% เท่านั้น แต่คือการเผชิญหน้ากับกระแสความกังขาเชียวกราก เรื่องความโปร่งใส ตั้งแต่ปม "บัตรเขย่ง" ไปจนถึงข้อพิพาทเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ จนนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็น "โมฆะ"

อำนาจในมือ กกต.: แจกใบส้ม-สั่งเลือกตั้งใหม่
ตามกลไกกฎหมาย กกต. มีอำนาจเต็มในการ "กลั่นกรอง" ผลคะแนนก่อนประกาศรับรอง โดยมีอาวุธในมือคือ:

การงดประกาศผล: หากพบเหตุอันควรเชื่อว่าไม่สุจริต

การสั่งเลือกตั้งใหม่/นับคะแนนใหม่: ในหน่วยที่มีปัญหา

การแจก "ใบส้ม": ระงับสิทธิสมัครชั่วคราว (1 ปี) หากพบหลักฐานการทุจริตชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ "กงล้อการเมือง" หมุนต่อไปได้คือ ต้องประกาศผลสส. แบบแบ่งเขตให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 เพื่อนำไปสู่การคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ และเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี
 

กรอบ 60 วัน: เส้นตายที่ห้ามก้าวพลาด

รัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. กำหนดเพดานเวลาไว้ชัดเจนว่า กกต. ต้องประกาศผล "โดยเร็ว" แต่ต้อง "ไม่เกิน 60 วัน" นับแต่วันเลือกตั้ง (8ก.พ.2569) หาก กกต. ปล่อยให้เวลาล่วงเลยจนเกินกำหนดโดยไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ความล่าช้าของโฉมหน้า ครม. ชุดใหม่ แต่จะตีกลับไปที่ตัว กกต. เอง

"หากครบ 60 วันแล้วยังนิ่งเฉย กกต. เสี่ยงเผชิญวิบากกรรมทางกฎหมาย ตามมาตรา 149 มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท และที่หนักที่สุดคือการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งถึง 20 ปี"

ฉากทัศน์ "โดมิโน" การเมืองไทย
หากกระบวนการรับรองผลถูกลากยาวจนเต็มเพดาน 60 วัน หรือมีเหตุให้ต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยปมความขัดแย้งของบัตรเลือกตั้ง จะเกิดสภาวะ "สุญญากาศทางการเมือง" ทันที:

สภาเปิดไม่ได้: ตราบใดที่ ส.ส. ไม่ครบ 95% (475 คน) การเลือกประธานสภาและนายกฯ จะถูกแช่แข็ง

รัฐบาลรักษาการลากยาว: ส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเบิกจ่ายงบประมาณ

คดีความล้นศาล: ทั้งคดีอาญามาตรา 157 ต่อ กกต. และคดีทุจริตเลือกตั้งรายเขต

เกมอำนาจครั้งนี้ กกต. กำลังยืนอยู่บนเส้นขนานระหว่าง "ความรอบคอบ" กับ "ความล่าช้า" หากขยับช้าไปก็เสี่ยงคุก หากขยับเร็วไปโดยไม่เคลียร์ปมบัตรเขย่ง ก็เสี่ยงถูกฟ้องล้มกระดานเลือกตั้งทั้งกระบวนการ

เรียบเรียง: อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : รัฐธรรมนูญ2560 , พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส.,พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 

ข่าวล่าสุด

สหรัฐ–อิหร่านถกนิวเคลียร์ เจนีวาตึงเครียด ความเสี่ยงเผชิญหน้าเพิ่มสูง