posttoday

เลือกตั้ง69: ภูมิธรรมเปิดใจสุขภาพ–การเมือง มั่นใจเพื่อไทยยังแรง

27 มกราคม 2569

แกนนำเพื่อไทยเปิดใจป่วยปอดเกือบเข้าใจว่าเนื้อร้าย ก่อนรู้เป็นติดเชื้อ ยืนยันกลับมาทำงานเต็มที่ มั่นใจคะแนนพรรคยังแข็ง ชู Data–เศรษฐกิจใหม่ ไม่ปิดทางจับขั้วหลังเลือกตั้ง

KEY

POINTS

  • ภูมิธรรม เวชยชัย กลับมาแข็งแรงหลังมีปัญหาสุขภาพ และเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุนเบื้องหลังให้คนรุ่นใหม่ในพรรค
  • แสดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยยังคงแข็งแกร่งสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 โดยเชื่อว่าจะไม่ได้รับ ส.ส. ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง และฐานเสียงยังเหนียวแน่น
  • ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง โดยมีเงื่อนไขว่าพรรคร่วมต้องยอมรับนโยบายหลักของพรรค

“ผมยังอยู่ตรงนี้” บทสนทนาจากใจ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ ระหว่างสุขภาพ การเมือง และศึกเลือกตั้ง 2569

ช่วงหนึ่งของปีที่ผ่านมา ชื่อของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” แกนนำคนสำคัญพรรคเพื่อไทย หายไปจากหน้าสื่อ จนเกิดคำถามในแวดวงการเมืองว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนึ่งใน “คนรุ่นก่อร่างสร้างตัว” ของพรรคใหญ่ลำดับต้น ๆ ของประเทศ

คำตอบของเขาในรายการ คมชัดลึก เริ่มจากเรื่องส่วนตัวที่สุด—สุขภาพ

นายภูมิธรรมเล่าว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดปัญหาที่ปอด แพทย์ในระยะแรกกังวลว่าอาจเป็นเนื้อร้าย ก่อนจะพบภายหลังว่าเป็นเพียงการติดเชื้อ ซึ่งคาดว่าอาจมาจากนกพิราบ วันนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว เขากลับมาแข็งแรง และกลับมาทำงานการเมืองตามปกติ

แต่บทบาทของเขาเปลี่ยนไป

จากแนวหน้า สู่เบื้องหลัง

เขานิยามตัวเองว่าเป็น “คนรุ่นก่อร่างสร้างตัว” ที่วันนี้เลือกถอยมาทำหน้าที่ให้คำปรึกษา สนับสนุน และเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ของพรรคได้แสดงบทบาทมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สนามเลือกตั้งปี 2569 กำลังใกล้เข้ามา และพรรคเพื่อไทยก็ถูกจับตาอย่างหนัก

ท่ามกลางกระแสวิเคราะห์ว่าพรรคอาจถดถอย นายภูมิธรรมตอบอย่างหนักแน่นว่า ไม่เชื่อว่าพรรคจะได้ สส. ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง หรือร่วงไปเป็นอันดับ 3 ตามที่บางฝ่ายประเมิน ฐานเสียงปาร์ตี้ลิสต์ราว 10 ล้านเสียงยังคงอยู่

จากการลงพื้นที่ ทั้งในต่างจังหวัดอย่างอุดรธานี ไปจนถึงพื้นที่เมืองหลวงอย่างสยามพารากอน เขายืนยันว่าประชาชนยังให้การต้อนรับดี โดยเฉพาะกระแสของ “อาจารย์เชน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกระแส “เลือดไหลออก” จากพรรค นายภูมิธรรมยอมรับว่ามี สส. ย้ายออกไปประมาณ 10 คน แต่ย้ำชัดว่า ผู้ที่ออกไปแล้วจะไม่มีทางได้กลับเข้ามาอีก พร้อมแสดงความมั่นใจว่าฐานเสียงภาคเหนือและอีสานยังแข็งแรง แม้คู่แข่งจะใช้เงินเป็นเครื่องมือหาเสียง แต่เชื่อว่าชาวบ้านยังตัดสินใจจากนโยบายและความผูกพันเดิมกับพรรค

เมื่อบทสนทนาขยับสู่เรื่องเศรษฐกิจ นโยบาย Digital Wallet ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก

นายภูมิธรรมยืนยันว่าโครงการไม่ได้ล้มเหลว หากแต่ติดข้อจำกัดจากการเป็นรัฐบาลผสม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสามารถช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางไปแล้วกว่า 17 ล้านคน

ขณะที่นโยบายใหม่ "สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน" ถูกวางเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการมอบเงินรางวัล 1 ล้านบาท ให้ผู้โชคดีวันละ 9 คน ใช้งบประมาณปีละกว่า 3,000 ล้านบาท

นายภูมิธรรมอธิบายว่านี่ไม่ใช่การแจกเงินแบบประชานิยม แต่เป็นการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ ดึงประชาชนเข้าสู่ระบบ Big Data และฐานภาษี ผ่านใบเสร็จรับเงิน ครอบคลุมตั้งแต่เกษตรกร อาสาสมัคร ผู้เสียภาษี ไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไป

ในมุมของเขา เงินจำนวนนี้เปรียบเสมือนการสร้าง Data Center ของรัฐ ซึ่งจะคืนผลตอบแทนกลับมาในรูปของรายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

คำถามเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งก็ถูกหยิบขึ้นมาเช่นกัน

นายภูมิธรรมย้ำว่า เพื่อไทยยังไม่ปิดประตูจับมือกับฝ่ายใด รอเพียงตัวเลขผลการเลือกตั้งเป็นตัวชี้ขาด แต่มีเงื่อนไขชัดเจนว่าพรรคร่วมต้องยอมรับนโยบายหลักของเพื่อไทย

ในระดับส่วนตัว เขาระบุว่าสามารถพูดคุยและทำงานร่วมกับแกนนำได้ทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ส่วนข้อครหาที่ว่านายทักษิณ ชินวัตร เป็น “ตัวประกัน” ทางการเมือง นายภูมิธรรม ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ยืนยันว่าการตัดสินใจของพรรคยึดประชาชนเป็นหลัก และนายทักษิณไม่ได้เข้ามากำหนดทิศทาง

นายภูมิธรรม ย้อนถึงเหตุการณ์ตั้งรัฐบาลข้ามขั้วในปี 2566 ว่า ไม่ใช่การเล่นละคร การโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นไปตามมารยาททางการเมืองอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่เมื่อประเทศไม่สามารถรอสุญญากาศทางอำนาจยาวนานถึง 9 เดือนได้ ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตัดสินใจเดินหน้าตั้งรัฐบาล

ในมิติความมั่นคง นายภูมิธรรม ยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพทั้ง 4 เหล่าทัพ ส่วนกรณีชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมระบุว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งหยุดยิงโดยตรง แต่ได้มอบอำนาจเต็มให้กองทัพดำเนินการตามกรอบ Rule of Engagement ภายใต้มติสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ท้ายที่สุด นายภูมิธรรมย้อนถึงข้อพิพาทในอดีตกับพรรคภูมิใจไทย เรื่องการขอคืนกระทรวงมหาดไทย โดยอธิบายว่าเป็นไปเพื่อผลักดันนโยบายปราบยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว แต่เมื่อพรรคร่วมไม่พร้อมคืนกระทรวงดังกล่าว การขับเคลื่อนงานจึงสะดุด

บทสนทนาครั้งนี้จบลงด้วยน้ำเสียงเรียบสงบของนักการเมืองรุ่นใหญ่ ที่ผ่านทั้งสนามอำนาจและสนามชีวิตมาแล้วหลายรอบ

“ผมยังอยู่ตรงนี้”

ไม่ใช่เพียงการประกาศการกลับมา แต่คือการยืนยันบทบาทของคนเบื้องหลัง ที่ยังพร้อมเดินเคียงข้างพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้ง69 ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก

ข่าวล่าสุด

มองอนาคตค้าปลีกไทย 3 ปีข้างหน้า เมื่อกำลังซื้อคนไทยยังไม่ฟื้น