จับตาสมการตั้งรัฐบาล หลังเวทีดีเบต Nation Election ใครคุมเกม ใครเป็นตัวแปร
เวทีดีเบต Nation Election 2569 เผยเส้นแบ่งการเมืองชัด ทั้งขั้วเปลี่ยนโครงสร้างและขั้วเสถียรภาพ เพื่อไทยยังเป็นแกนต่อรอง ขณะพรรคกลางชี้ขาดทิศทางรัฐบาลใหม่
KEY
POINTS
- เวทีดีเบตสะท้อน 3 ฉากทัศน์หลักในการจัดตั้งรัฐบาล คือ ขั้ว "เปลี่ยนโครงสร้าง" (ประชาชน, ไทยก้าวใหม่), ขั้ว "ประนีประนอม-เน้นเสถียรภาพ" (เพื่อไทย, ประชาธิปัตย์) และขั้ว "ความมั่นคง" (รวมไทยสร้างชาติ)
- พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยถูกมองว่าเป็นผู้คุมเกมหลัก โดยจำนวน สส. ของพรรคประชาชน และการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดแกนนำรัฐบาล
- พรรคขนาดกลาง เช่น ประชาธิปัตย์, โอกาสใหม่ และประชาชาติ ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ในการชี้ขาดสมการตั้งรัฐบาลหากไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด
สมการอำนาจใหม่ หลังเวทีดีเบต “จุดเปลี่ยนประเทศไทย”
เวที “Nation Election 2569 : จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ไม่ได้สะท้อนเพียงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หากยังเผยให้เห็น “เส้นแบ่งทางการเมือง” และ “แนวโน้มการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล” หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อพิจารณาจากจุดยืน นโยบาย และภาษาทางการเมืองของแต่ละพรรค สามารถประเมินความเป็นไปได้ของการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างน้อย 3 ฉากทัศน์หลัก ดังนี้
ฉากทัศน์ที่ 1 : ขั้ว “เปลี่ยนโครงสร้าง–ต่อต้านระบบเดิม”
(ประชาชน – ไทยก้าวใหม่ – ไทยสร้างไทย + พันธมิตร)
พรรคประชาชน ไทยก้าวใหม่ และไทยสร้างไทย มีจุดร่วมสำคัญคือ
- ต่อต้านระบบโควตา บ้านใหญ่ และการเมืองแบบมุ้ง
- เน้นการปฏิรูปโครงสร้างรัฐ ระบบราชการ และการเปิดข้อมูล
- ใช้ภาษาการเมือง “เปลี่ยนประเทศ” มากกว่าบริหารตามระบบเดิม
อย่างไรก็ตาม ความต่างเชิงนโยบายยังมีอยู่ เช่น
- พรรคประชาชนเน้นกลไกตลาดและการรื้อทุนสีเทา
- ไทยก้าวใหม่เน้นเทคโนโลยีและรัฐบาลมืออาชีพ
- ไทยสร้างไทยเน้นรัฐสวัสดิการและการแก้รัฐธรรมนูญเชิงรุก
ความเป็นไปได้: ปานกลาง หากรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง
อุปสรรคสำคัญคือจำนวน สส. ที่อาจไม่เพียงพอ และความแตกต่างด้านแนวทางเศรษฐกิจ
จุดชี้ขาด: จำนวน สส. พรรคประชาชน หากได้มากกว่า 180–200 ที่นั่ง จะเป็นแกนหลักทันที
ฉากทัศน์ที่ 2 : ขั้ว “รัฐบาลประนีประนอม–เสถียรภาพก่อน”
(เพื่อไทย – ประชาธิปัตย์ – โอกาสใหม่ – ประชาชาติ)
กลุ่มนี้มีลักษณะร่วมคือ
- เน้นเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
- ใช้แนวคิดรัฐบริหารเชิงระบบ มากกว่าการรื้อโครงสร้างแบบปะทะ
- มีประสบการณ์บริหารประเทศและระบบราชการ
เพื่อไทยยังถูกมองว่าเป็น “พรรคแกนกลาง” ที่สามารถต่อรองกับหลายขั้วได้ ขณะที่ประชาธิปัตย์และโอกาสใหม่มีบทบาทเป็นพรรคเสริมเสถียรภาพ ส่วนประชาชาติถือเสียงสำคัญในพื้นที่เฉพาะ
ความเป็นไปได้:
- สูง หากไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากเด็ดขาด
- เป็นสูตรที่ชนชั้นนำ ระบบราชการ และภาคธุรกิจคุ้นเคย
จุดชี้ขาด:
ท่าทีของเพื่อไทยว่าจะเลือกเป็น “แกนนำ” หรือ “พรรคสมดุลอำนาจ”
ฉากทัศน์ที่ 3 : ขั้ว “ความมั่นคง–อนุรักษนิยม”
(รวมไทยสร้างชาติ + พรรคสายความมั่นคง)
- พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอจุดยืนชัดด้าน
- ความมั่นคง อธิปไตย และพลังงาน
- มาตรการเด็ดขาดต่อคอร์รัปชันและอาชญากรรม
อย่างไรก็ตาม แนวทางที่แข็งกร้าวและนโยบายบางประเด็นอาจจำกัดฐานเสียงในภาพรวม ทำให้ยากต่อการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง
ความเป็นไปได้:
- ต่ำถึงปานกลาง
- มีโอกาสเป็น “พรรคร่วม” มากกว่าพรรคแกนนำ
จุดชี้ขาด: จำนวน สส. เขต และท่าทีของพรรคกลางว่าจะรับแนวคิดความมั่นคงมากน้อยเพียงใด
ปัจจัยชี้ขาดสมการรัฐบาล 2569
- จำนวน สส. พรรคอันดับหนึ่ง
- หากชนะขาด จะลดทางเลือกการต่อรองของพรรคอื่นทันที
บทบาทพรรคขนาดกลาง
ประชาธิปัตย์ โอกาสใหม่ ประชาชาติ อาจกลายเป็น “ตัวแปรทองคำ”
เสถียรภาพ vs การเปลี่ยนแปลง
ประชาชนจะเลือก “เปลี่ยนโครงสร้าง” หรือ “ค่อยเป็นค่อยไป”
แรงกดดันนอกสภา
ภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน และความมั่นคง จะบังคับให้รัฐบาลใหม่ต้องตั้งได้เร็วและอยู่ได้จริง
บทสรุป
การเลือกตั้ง 2569 ไม่ใช่เพียงการแข่งขันนโยบาย แต่คือการตัดสินใจเลือกระหว่าง
“รัฐบาลเปลี่ยนประเทศ” กับ “รัฐบาลเสถียรภาพ”
สมการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งจึงไม่ตายตัว แต่อยู่ที่ผลเลือกตั้งจริงและความสามารถในการต่อรองของพรรคแกนนำ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางใดในอีก 4 ปีข้างหน้า


