โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง69 เกมกระแสปะทะบ้านใหญ่ ใครได้ตั้งรัฐบาลจริง
นิด้าโพลชี้ศึกเลือกตั้งเข้าสู่ช่วงสปรินต์ พรรคประชาชนยังแรงเชิงกระแส แต่ภูมิใจไทยได้เปรียบทรัพยากรและบ้านใหญ่ ขณะเพื่อไทยกลายเป็นคิงเมกเกอร์ชี้ขาดรัฐบาลใหม่
KEY
POINTS
- การเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้นระหว่าง "กระแส" ความนิยมของพรรคประชาชน กับ "ทรัพยากรและบ้านใหญ่" ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีผลชี้ขาดในเขตเลือกตั้ง
- พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มคะแนนนำและอาจได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแปรสำคัญในฐานะ "คิงเมกเกอร์" ที่จะตัดสินใจเข้าร่วม
- พรรคประชาชนเผชิญโจทย์ยากในการสร้างวาทกรรมใหม่ให้จุดติดเหมือนในอดีต และต้องสู้กับฐานเสียงที่แข็งแกร่งของพรรคคู่แข่งในพื้นที่ต่างๆ
มาราธอนการเมืองช่วงสปรินต์สุดท้าย : เมื่อกระแสปะทะทรัพยากร
หากเปรียบการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการวิ่งมาราธอน สนามได้พาผู้เล่นทุกพรรคเข้าสู่ช่วง สปรินต์ 2 สัปดาห์สุดท้าย ที่ไม่ใช่แค่ “แรงขา” แต่คือ ทีมซัพพอร์ต อุปกรณ์ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ ว่าจะเร่งหรือประคองเกมอย่างไรให้เข้าเส้นชัย บทวิเคราะห์จาก นิด้าโพล โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" (NIDA Poll) ชี้ให้เห็นว่า เกมช่วงปลายกำลังเปลี่ยนจากการวัด “กระแส” ไปสู่การชั่งน้ำหนัก “ทรัพยากรทางการเมือง” อย่างเข้มข้น
วาทกรรมโค้งสุดท้าย : เมื่อ “เป้าหมาย” ยังไม่ชัด
บทเรียนเลือกตั้ง66 สะท้อนว่า วาทกรรมที่มีเป้าหมายชัด สามารถพลิกกระแสได้จริง แต่ในสนามใหม่ พรรคประชาชน เผชิญโจทย์ยากกว่าเดิม เพราะ
- ฐานคู่แข่งเหนียวแน่น: พรรคภูมิใจไทย เติบโตบนกระแสชาตินิยมและเครือข่ายพื้นที่ ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ยังมีฐานแฟนคลับตระกูลชินวัตรที่มั่นคง และ พรรคประชาธิปัตย์ ฟื้นตัวในภาคใต้
- ขาดเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์: ไม่มี “จุดทุบ” ที่สอดรับอารมณ์สาธารณะเหมือนเดิม ทำให้วาทกรรมใหม่ยังไม่ติดไฟ
- ทางเลือกจำกัด: กลยุทธ์ดึงคะแนนจากพรรคเล็ก (“บี้มด”) ช่วยประคองคะแนน แต่ยากจะเร่งให้ทะลุเพดานเดิม
นัยซ่อนเร้น คือ โค้งสุดท้ายอาจไม่ใช่เวลาสร้างเรื่องใหญ่ แต่เป็นช่วง ลดความเสี่ยง รักษาฐาน และปิดเกมในเขตที่มีโอกาสจริง
สูตรจัดตั้งรัฐบาล : เกมคิงเมกเกอร์ที่กำหนดทิศ
ฐานข้อมูลโพลสะท้อนว่า ภูมิใจไทย มีแนวโน้มไต่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง จากการขยายคะแนนในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอีสานและภาคกลาง ทำให้ฉากทัศน์รัฐบาลมีอย่างน้อย 3 แบบ
- ภูมิใจไทยนำ + เพื่อไทยเป็นคิงเมกเกอร์ ดึงประชาธิปัตย์หรือรวมไทยสร้างชาติ เพื่อเสียงราว 300
- สูตรบล็อก หากคะแนนบี้กันมาก เพื่อไทยอาจจับมือพรรคประชาชนเพื่อลดอำนาจต่อรองของภูมิใจไทย
- มุมมองใหม่ ภูมิใจไทยอาจคุยกับพรรคประชาชนได้ง่ายในเชิงโควตากระทรวง แต่ติดโจทย์อธิบายฐานอนุรักษนิยม
นัยซ่อนเร้น คือ อันดับในโพล ≠ สิทธิ์ตั้งรัฐบาล การเมืองไทยยังตัดสินที่ การต่อรองหลังเลือกตั้ง
ทรัพยากร vs กระแส : บททดสอบเขตเลือกตั้ง
ดร.สุวิชาให้ความสำคัญกับ ทรัพยากรทางการเมือง และ ระบบบ้านใหญ่ โดยเฉพาะการเลือกตั้งเขต
- ปาร์ตี้ลิสต์นำ ไม่พอ: แม้พรรคประชาชนราว 30% แต่ในเขต หากไม่แตะ 50% โอกาสแพ้สูง
- การไม่ตัดคะแนนกันเอง: บ้านใหญ่เรียนรู้ที่จะหลีกทางหรือจับมือ เพื่อลดการแตกคะแนน
- ความพร้อมเชิงระบบ: ภูมิใจไทยดึงบ้านใหญ่จำนวนมาก วางแผนพื้นที่เป็นระบบ ไม่ประมาทกระแส
นัยซ่อนเร้น คือ เกมเขตไม่ชนะด้วยเสียงเชียร์ แต่ชนะด้วย เครือข่าย อิทธิพล และการจัดการวันเลือกตั้ง
สรุปภาพใหญ่
การเลือกตั้งครั้งนี้คือ คลื่นลมปะทะกำแพงหิน พรรคประชาชนยังได้แรงหนุนจากกระแสและภาพลักษณ์นโยบาย แต่ต้องเผชิญกำแพง บ้านใหญ่และทรัพยากร ที่เชื่อมต่อกันแน่นหนา ขณะที่ภูมิใจไทยกำลังเก็บเกี่ยวทั้ง กระแสชาตินิยม และ ความพร้อมเชิงพื้นที่ ส่งสัญญาณขึ้นนำในการตั้งรัฐบาล โดยมีเพื่อไทยเป็นตัวแปรชี้ขาด
บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์: โค้งสุดท้ายไม่ใช่แค่เร่งสปีด แต่คือการ “ไม่พลาด” ใครบริหารความเสี่ยงและทรัพยากรได้ดีกว่า มีโอกาสเข้าเส้นชัยมากกว่า—อีเว้นท์ หากไม่ได้เริ่มต้นด้วยกระแสที่ดังที่สุดก็ตาม
เรียบเรียง: อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม)


