เลือกตั้ง69 : เกมที่ถูกวางหมากล่วงหน้า กับลูกเต๋าในมือประชาชน
เลือกตั้ง69 เกมการเมืองอาจถูกวางหมากไว้ล่วงหน้า แต่ตัวแปรชี้ขาดยังอยู่ที่ประชาชน 53 ล้านเสียง เมื่อ Gen Z–First Vote ผงาด เขย่าสูตรรัฐบาลและดีลหลังฉากทั้งกระดาน
KEY
POINTS
- พรรคการเมืองใหญ่ได้วางแผนจัดตั้งรัฐบาลและจับคู่พันธมิตรไว้ล่วงหน้า โดยมีสูตรที่เป็นไปได้ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง
- การตัดสินใจของประชาชน โดยเฉพาะพลังของผู้ออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก, กลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก (First Vote) และ Gen Z คือตัวแปรสำคัญที่สามารถล้มแผนการเมืองเดิมได้
- แม้เกมการเมืองจะดูเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะยอมรับ "เกมที่วางไว้" หรือจะใช้อำนาจผ่านบัตรเลือกตั้งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
การเมืองไทยก่อนศึกเลือกตั้งปี 2569 เปรียบเสมือน กระดานหมากรุกที่ตัวเดินหลักถูกจัดวางไว้เกือบครบ
ฝ่ายอำนาจเดิมและพรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างประเมินผลล่วงหน้า วางสูตรรัฐบาล และจับคู่พันธมิตรอย่างรอบคอบ
ทว่าในความนิ่งนั้น กลับมี “แรงสั่นสะเทือนเงียบ” ที่อาจพลิกกระดานได้ทั้งแผง นั่นคือ การตัดสินใจของประชาชน 53 ล้านเสียง
การออกมาใช้สิทธิ : ลูกเต๋าที่ทำให้สูตรการเมืองพังได้
แม้ในหมู่ชนชั้นนำทางการเมืองจะมีการพูดถึง “ดีลที่คุยกันไว้แล้ว” แต่ข้อมูลเชิงโครงสร้างชี้ชัดว่า หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิอย่างหนาแน่น ผลลัพธ์สามารถ ล้มสมมติฐานเดิมทั้งหมด ได้ทันที
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันของพรรคการเมือง หากแต่เป็นบททดสอบว่า ประชาชนจะยอมรับการเมืองแบบตั้งเกมล่วงหน้า หรือจะทวงอำนาจกลับมาด้วยบัตรเลือกตั้ง
ภาคอีสาน–โคราช : พื้นที่ชี้ขาดรัฐบาล
ภาคอีสานยังคงเป็น “หัวใจของสมการอำนาจ” ด้วยผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 17.5 ล้านคน คิดเป็น 133 ที่นั่ง พรรคใดครองพื้นที่นี้ได้ มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสูงมาก
ในบรรดาจังหวัดทั้งหมด นครราชสีมา (โคราช) ถูกจับตาเป็น “ตัวแปรทองคำ” หากพรรคใดเจาะพื้นที่นี้ได้สำเร็จ จะได้จำนวน สส. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลโดยตรงต่อการต่อรองหลังเลือกตั้ง
Clean Election : วาทกรรมสวยหรือเงื่อนไขจริงของการเปลี่ยนประเทศ
การรณรงค์ “เลือกตั้งสะอาด” ถูกยกขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของ “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” แต่ในเชิงนัยซ่อนเร้น นี่คือ **ความพยายามดึงเกมกลับมาอยู่ในสนามนโยบายและข้อมูล** ลดบทบาทอำนาจนอกระบบและการเมืองหลังม่าน
คำถามสำคัญไม่ใช่ว่าใครพูดถึง Clean Election มากที่สุด แต่คือ **ประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลจริงของแต่ละพรรคได้มากพอหรือไม่** ก่อนตัดสินใจ
First Vote – Gen Z : พลังเงียบที่เขย่าทั้งระบบ
โครงสร้างประชากรคือปัจจัยที่ชนชั้นนำการเมืองกังวลมากที่สุด
First Vote มีประมาณ 3.2–3.4 ล้านคน (6%) ซึ่งเพียงกลุ่มเดียวสามารถแปลงเป็น สส. บัญชีรายชื่อได้ถึง 11–12 ที่นั่ง
Gen Z (18–28 ปี) มีสัดส่วนสูงถึง 18.5% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และมีพฤติกรรม “เลือกพรรคเดียว” อย่างเหนียวแน่น แตกต่างจาก Gen Y, X และ Baby Boomer ที่คะแนนกระจาย
ยิ่งไปกว่านั้น ในพื้นที่เฉพาะ เช่น ตาก เขต 2–3 และสามจังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี นราธิวาส ยะลา) สัดส่วน Gen Z สูงถึง26–28% ซึ่งหมายความว่า คนรุ่นใหม่สามารถ “ชี้ขาดผลเขต” ได้จริง ไม่ใช่แค่ในเชิงสัญลักษณ์
เป้าหมายพรรคใหญ่ : ระหว่างแลนด์สไลด์กับเกมตั้งรับ
พรรคประชาชน ตั้งเป้า 170–250 ที่นั่ง หวังแลนด์สไลด์และจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว สะท้อนการประเมินว่าโอกาสจับมือกับพรรคอื่นมีจำกัด ฐานหลักคือคะแนนคนรุ่นใหม่ที่ขยายตัวเร็ว
พรรคเพื่อไทย อยู่ในโหมด “ตั้งรับเชิงยุทธศาสตร์” เป้าหมาย 150–200 ที่นั่ง เพื่อรักษาบทบาทแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล
พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้า130–140 ที่นั่ง ใช้ยุทธศาสตร์ดึง สส. เกรด A เสริมความแข็งแรงเขต และแก้จุดอ่อนบัญชีรายชื่อด้วย “เทคโนแครต”
กลยุทธ์ลึกภูมิใจไทย : ดูด–ดีล–ท็อปอัพ
หลังบทเรียนปี 2566 ที่ได้ สส. บัญชีรายชื่อเพียง 3 ที่นั่ง ภูมิใจไทยปรับเกมอย่างเป็นระบบ
- รวบรวมสส. เกรด Aจากหลายพรรค เพื่อการันตีชัยชนะระดับเขต
- ดึง ผู้เชี่ยวชาญนอกการเมือง** ลงบัญชีรายชื่อ เพื่อเพิ่ม Popular Vote
- วางคำสั่งลับ “ท็อปอัพ” ให้ สส. เขตช่วยหาเสียงพรรค เพื่อดันบัญชีรายชื่อเป้า7–10 ที่นั่ง
สูตรรัฐบาล 270 เสียง : ดีลไม่ลับที่ทุกคนพูดถึง
สูตรที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ
ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + กล้าธรรม
ภูมิใจไทย 130
เพื่อไทย 110–120
พรรคกล้าธรรม 30–40
รวมราว 270 เสียงพอดีกึ่งหนึ่ง
พรรคกล้าธรรมจึงถูกมองเป็น “ข้าวต้มมัด” ที่ผูกกับภูมิใจไทย เพื่อสร้างเสถียรภาพรัฐบาล และเป็นตัวเลือกแทนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังมีเงื่อนไขทางจุดยืน โดยเฉพาะบทบาทของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
บทสรุป : เครื่องจักรถูกประกอบแล้ว แต่คนกดสวิตช์คือประชาชน
การเมืองปี 2569 อาจดูเหมือน เครื่องจักรการเมืองที่ประกอบเสร็จเรียบร้อย ฟันเฟืองใหญ่ถูกจัดวาง น็อตพิเศษถูกขันแน่น แต่คำถามสุดท้ายยังคงอยู่
> เครื่องจักรนี้จะได้ทำงานจริงหรือไม่
> ขึ้นอยู่กับว่า “ประชาชนจะกดสวิตช์ให้มันเดิน” หรือเลือกสร้างเครื่องจักรใหม่ด้วยบัตรเลือกตั้งในมือ
ในเกมที่หลายฝ่ายคิดว่าคำนวณไว้หมดแล้ว ตัวแปรที่ไม่อาจควบคุมได้จริง ๆ ยังคงเป็นประชาชน และนั่นคือเหตุผลที่การเลือกตั้ง 2569 ยังไม่ใช่เกมที่ใครชนะไปแล้วล่วงหน้า
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง


