posttoday

เลือกตั้ง69: เปิดสูตรตั้งรัฐบาลใหม่ เกมสามเส้า ส้ม-แดง-น้ำเงิน

01 มกราคม 2569

นักวิชาการชี้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ไม่ได้แข่งแค่คะแนน แต่แข่งสูตรตั้งรัฐบาล—ภูมิใจไทยลุ้นแกนนำเดิม เพื่อไทยเป็นสวิงโหวต พรรคประชาชนอาจชนะ แต่ติดกติกา-คดี

KEY

POINTS

  • การเลือกตั้งปี 69 เป็นการแข่งขันแบบสามเส้า (ส้ม-แดง-น้ำเงิน) ที่การรวบรวมเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาลมีความสำคัญกว่าการได้จำนวน สส. มากที่สุด
  • พรรคประชาชน (ขั้วส้ม) มีแนวโน้มชนะได้ที่นั่ง สส. สูงสุด แต่เผชิญความท้าทายในการจัดตั้งรัฐบาลจากกติกาและแรงเสียดทานทางการเมือง ทำให้เสี่ยง "ชนะเลือกตั้งแต่แพ้จัดตั้ง"
  • พรรคเพื่อไทย (ขั้วแดง) อยู่ในสถานะตัวแปรสำคัญ (Swing Vote) ที่จะชี้ขาดทิศทางรัฐบาล โดยมีแนวโน้มสูงที่จะจับมือกับขั้วน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมือง

เกมเริ่มที่ “สูตรรัฐบาล” มากกว่าคะแนนดิบ

การเลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกกำหนดกรอบเวลาไว้อย่างชัดเจน และกำลังพาประเทศเข้าสู่โหมดตัดสินอนาคตทางอำนาจอีกครั้ง 

สิ่งที่ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย และ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สะท้อนร่วมกัน คือสนามนี้ไม่ได้แข่งแค่ “ใครได้ สส. มากสุด” แต่แข่งว่า “ใครประกอบเสียงข้างมากได้ก่อน” เพราะประสบการณ์สองรอบก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า อันดับหนึ่งอาจถูกสกัดได้จากเงื่อนไขการรวมเสียง ความชอบธรรม และแรงเสียดทานนอกสภา

ภาพรวมจึงกลายเป็นศึกสามเส้า ส้ม/น้ำเงิน/แดง ที่มีน้ำหนักต่างกัน ขั้วส้มใช้พลังเมืองและคนรุ่นใหม่เป็นแรงส่ง ขั้วน้ำเงินใช้เครื่องจักรพื้นที่และเครือข่ายบ้านใหญ่เป็นฐาน ขณะที่ขั้วแดงถูกจับตาว่าเป็น “สวิงโหวต” จะไปทางเปลี่ยนผ่านหรือไปทางเสถียรภาพ เพราะเมื่อสภามีแนวโน้มกระจัดกระจาย “พรรคที่ต่อรองได้” อาจสำคัญพอ ๆ กับ “พรรคที่ชนะมาก”

ในมุม “สูตร” รศ.ดร.ยุทธพรให้น้ำหนักสูงกับ ขั้วเดิมที่มีภูมิใจไทยเป็นแกนนำ (มองว่ามีทางไปถึงรัฐบาล 300+ เสียงได้ หากต่อจิ๊กซอว์กับเพื่อไทยและพรรคขนาดกลาง–เล็กได้ลงตัว)

ขณะที่ รศ.ดร.พิชายเปิดโอกาส ส้ม–แดง 50/50 แต่มีเงื่อนไขชัดว่า “ส้มต้องชนะมากพอ” และ “แดงต้องได้ระดับที่พอรวมเสียงข้างมาก” จึงจะฝ่าแรงเสียดทานและตั้งรัฐบาลได้จริง

พรรคประชาชน “ชนะได้” แต่ “ตั้งรัฐบาลยาก”

แม้ทั้งสองท่านมองว่าพรรคประชาชนมีโอกาสได้ที่นั่งสูงสุด (ช่วงคาดการณ์ตั้งแต่ราว 135 ไปจนถึง 180–200) แต่โจทย์ใหญ่คือเปลี่ยน “ชัยชนะเชิงคะแนน” ให้เป็น “ชัยชนะเชิงพันธมิตร” เพราะการตั้งรัฐบาลต้องอาศัยความไว้ใจร่วม ทั้งในหมู่พรรคการเมืองและในหมู่ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามเลือกตั้ง

ด่านแรกคือ “กติกาและแรงเสียดทานเชิงสถาบัน” ที่ทำให้การชนะอันดับหนึ่งไม่ได้แปลว่าได้กุมการจัดตั้งรัฐบาลโดยอัตโนมัติ ด่านต่อมาคือ “คดี–ความชอบธรรม” โดยเฉพาะประเด็น 44 ส.ส. ที่ถูกจับตามองเรื่องคดีจริยธรรม ซึ่งสามารถถูกใช้เป็นเหตุผลในการตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล หรือทำให้บางพรรคไม่อยากแบกรับความเสี่ยงร่วม

แม้จะเห็นพ้องบางนโยบายก็ตาม ผลคือพรรคประชาชนต้องชนะ “มากพอจนต้นทุนการปฏิเสธสูง” หรือไม่ก็ต้องออกแบบข้อตกลงร่วมรัฐบาลแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อลดความกลัวของพรรคร่วมต่อแรงกระแทกในช่วงต้นรัฐบาล

อีกด่านคือปัจจัยภายในพรรคเอง เรื่อง “แรงดึงดูดเชิงบุคคล” และการต่อเนื่องของทีมการเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน หากพรรคยังถูกมองว่าแข็งแรงในเมือง แต่ยังไม่ “แทงทะลุ” ฐานอนุรักษนิยมระดับพื้นที่มากพอ

ชัยชนะก็อาจชนะด้วยจำนวนที่ไม่ถึงจุดตั้งรัฐบาล และสุดท้ายกลับไปสู่ฉาก “ชนะเลือกตั้ง–แพ้จัดตั้ง” ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

น้ำเงินขยายบ้านใหญ่ แดงเป็นคันโยก และศึกอุดมการณ์เดือดขึ้น

ฝั่งภูมิใจไทยถูกมองว่าแข็งขึ้นจากการเป็น “สหพันธ์บ้านใหญ่” และการดึงอดีตผู้แทน/กลุ่มการเมืองจากหลายค่ายเข้ามาเพิ่มกำลังในสนามเขต ภาพการไหลเข้าของนักการเมืองท้องถิ่นและอดีต สส. ทำให้ขั้วน้ำเงินมีทั้ง “ฐานคะแนนจริง” และ “อำนาจต่อรองหลังเลือกตั้ง” มากขึ้น 
 
 เมื่อสภามีแนวโน้มหลายพรรค การมีเครือข่ายพื้นที่แน่นจึงเท่ากับมีแต้มต่อในการกำหนดทั้งเก้าอี้และนโยบาย แต่ตัวชี้ขาดยังอยู่ที่ “เพื่อไทย” ในมุมของ รศ.ดร.ยุทธพรให้โอกาสสูงที่เพื่อไทยจะเลือกจับมือกับภูมิใจไทยมากกว่าส้ม เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจและลดแรงปะทะกับกลไกนอกสนาม

ขณะที่ รศ.ดร.พิชายมองเพื่อไทยเป็น “อนุรักษนิยมชนชั้นนำใหม่” คือพร้อมปรับภาพและนโยบาย แต่ไม่อยากแตะโครงสร้างที่ทำให้ระบบเดิมสั่นสะเทือนเกินจำเป็น นี่ทำให้เพื่อไทยเป็นคันโยกที่ชี้ว่าไทยจะ “ไปต่อบนเส้นทางเปลี่ยนผ่าน” หรือ “วนกลับสู่สูตรประคองเสถียรภาพ”

"ท้ายที่สุด การเลือกตั้ง 2569 จึงเป็นการปะทะเชิงอุดมการณ์ที่คมขึ้นระหว่าง “เสรีนิยมใหม่” กับ “อนุรักษนิยม” และนี่คือเหตุผลที่ภาพเปรียบเทียบ “วิ่งในลู่วิ่งที่มีกับดัก” มีพลังอธิบาย: ผู้เข้าเส้นชัยด้วยคะแนนมากสุด อาจยังต้องฝ่าด่านกติกา พันธมิตร และความชอบธรรม เพื่อขึ้นแท่นผู้จัดตั้ง"

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม) 

ข่าวล่าสุด

รมว.กลาโหม ขอบคุณทหาร เสียสละปกป้องชาติ ย้ำพัฒนากองทัพทันสมัย