ประชาชน กุมชะตาโหวตนายกฯคนที่32 ลังเลเลือกระหว่างแดง–น้ำเงิน
พรรคประชาชนย้ำจุดยืนยุบสภา–เลือกตั้งใหม่ ผลักดัน สสร.เลือกตั้ง แต่ยังไม่ไว้ใจทั้งเพื่อไทยและภูมิใจไทย รอตัดสินใจแพ็กเกจที่เชื่อถือได้
KEY
POINTS
- พรรคประชาชนเป็นตัวแปรสำคัญในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยกำลังตัดสินใจว่าจะสนับสนุนขั้วสีน้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) หรือขั้วสีแดง (พรรคเพื่อไทย)
- การตัดสินใจขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใดจะให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนที่สุดใน 2 เงื่อนไขหลัก คือ การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง
- พรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล แต่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อควบคุมและตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ตนสนับสนุนให้ทำตามข้อตกลง
บทสรุปสถานการณ์ทางการเมืองและการตัดสินใจของพรรคประชาชน เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อม 3 แนวทางที่อยู่ระหว่างการเลือกข้าง:
เหตุการณ์และจุดยืนหลักของพรรคประชาชน
พรรคประชาชนยืนยันเป้าหมายชัดเจน 2 ประการ
1.ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพและชอบธรรม ลดความเสี่ยงซ้ำรอยวิกฤติการเมือง 2 ปีที่ผ่านมา
2.แก้ไขรัฐธรรมนูญผ่าน สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
- พรรคพร้อมสนับสนุนให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลเอง โดยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อคุมเกม ตรวจสอบ และกดดันให้รัฐบาลเดินตามสัญญาที่ตกลงกันไว้
การเจรจากับสองขั้วการเมือง
พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน)
- แถลงรับเงื่อนไข แต่ไม่ชัดเจนว่า “สสร.ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด”
- สร้างความกังวลต่อพรรคประชาชนว่าอาจเป็นการเปิดช่องให้ปรับเงื่อนไขในอนาคต
พรรคเพื่อไทย (สีแดง)
- เคยเสนอแนวทางที่ถูกมองว่า “เป็นไปไม่ได้” เช่น นำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้ชั่วคราว
- ต่อมาในการเจรจา ยอมรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนตรงกัน แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องความจริงใจ
ข้อสรุปเบื้องต้น: พรรคประชาชนยัง “ไม่ไว้ใจทั้งคู่” และจะพิจารณา “แพ็กเกจ” ที่เป็นลายลักษณ์อักษร รัดกุมที่สุด
แนวทางการตัดสินใจ
โหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย
- เปิดทางให้เป็นแกนนำรัฐบาลเสียงข้างน้อย
- พรรคประชาชนทำหน้าที่ฝ่ายค้าน คุมเกมและพร้อมโค่นรัฐบาลหากผิดสัญญา
โหวตสนับสนุนพรรคเพื่อไทย
- ให้โอกาสเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้สัญญาเรื่อง สสร. และยุบสภาภายใน 4 เดือน
- พรรคประชาชนยังคงเป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบเข้ม
ไม่โหวตให้ทั้งสองพรรค
- ยืนจุดยืนเดิม กดดันให้เกิดยุบสภาและเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว
- ปล่อยให้กลไกรัฐสภาและแรงกดดันทางการเมืองเป็นตัวบีบทางออก
ยุทธศาสตร์ควบคุมเกม
ตรวจสอบเข้ม: ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากรัฐบาลเบี้ยวสัญญา
ความเป็นเอกภาพ: พรรคมั่นใจว่าส.ส. 143 คน จะคุมเกมได้ ไม่เปิดช่องให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยแปรสภาพเป็นเสียงข้างมาก
ย้ำไร้ดีลลับ: ไม่มีการแลกเปลี่ยนคดี 44 ส.ส. หรือคดีอื่น ๆ เช่น เขาพระวิหาร–โกง ส.ว.
ปมการแก้รัฐธรรมนูญและประชามติ
รอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 10 ก.ย.
- หากต้องทำประชามติ 3 ครั้ง (A, B, C) → เดินหน้าได้ทันที
- หากต้องทำประชามติ 2 ครั้ง (B, C) → ต้องแก้รัฐธรรมนูญในสภาก่อน แต่พรรคมั่นใจว่า 4 เดือนเพียงพอ
- หาก ส.ว. คว่ำการแก้รธน. → พรรคผลักดันให้จัดประชามติพร้อมเลือกตั้ง ให้ประชาชนยันเสียง ส.ว.
สรุปภาพรวม
พรรคประชาชนยังไม่ชี้ขาดว่าจะเลือกข้างใด แต่จะตัดสินใจหลังการประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค โดยวัดจากความมั่นใจว่า ฝ่ายที่ได้รับการสนับสนุนจะรักษาสัญญาได้จริง ภายใต้โจทย์ “ยุบสภา – เลือกตั้งใหม่ – สสร.เลือกตั้ง”
ในที่สุด การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงกำหนดทิศทางรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ยังเป็นบทพิสูจน์คำมั่นสัญญาทางการเมืองที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมและอนาคตของพรรคในระยะยาว.


