
ทองคำสร้างฐาน เพื่อเปิดทางสู่ขาขึ้นรอบใหม่
แม้ราคาทองคำจะยังแกว่งตัวและเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ดอลลาร์แข็งค่า และวิกฤติช่องแคบ Hormuz แต่ทีม Wealth Research บัวหลวง มองภาพระยะกลางถึงยาวยังเป็นขาขึ้น จากแรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมคงเป้าหมายปี 2569 ที่ 5,800 ดอลลาร์ และ 6,400 ดอลลาร์ในปี 2570 แนะนักลงทุนใช้จังหวะพักฐาน ทยอยสะสมรับรอบใหม่
KEY
POINTS
- แม้ราคาทองคำจะยังแกว่งตัวและเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ดอลลาร์แข็งค่า และวิกฤติช่องแคบ Hormuz
- แต่ทีม Wealth Research บัวหลวง มองภาพระยะกลางถึงยาวยังเป็นขาขึ้น จากแรงซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก
- พร้อมคงเป้าหมายปี 2569 ที่ 5,800 ดอลลาร์ และ 6,400 ดอลลาร์ในปี 2570 แนะนักลงทุนใช้จังหวะพักฐาน ทยอยสะสมรับรอบใหม่
ข้อมูลจาก ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ราคาทองคำในเดือนเมษายน 2569 เคลื่อนไหวในกรอบราว 4,560–4,890 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยความผันผวนเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และยังไม่มีทิศทางแนวโน้มที่ชัดเจน
ตลอดทั้งเดือน ราคาทองคำถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยมหภาคหลัก ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แนวโน้มเงินเฟ้อ และมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ทำให้การฟื้นตัวที่เกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ ยังมีความเปราะบาง
ความตึงเครียด Hormuz สร้างแรงกดดันสองด้าน
ปัจจัยสำคัญคือสถานการณ์บริเวณช่องแคบ Hormuz ซึ่งมีเหตุการณ์ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือและการโจมตีเรือขนส่งน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลายครั้ง และซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ภาพดังกล่าวสร้างความย้อนแย้งต่อตลาดทองคำ
เพราะแม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ตามปกติจะหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เงินเฟ้อที่สูงขึ้นกลับผลักให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ทำให้ในหลายช่วงราคาทองคำปรับลง แม้ความตึงเครียดจะเพิ่มขึ้น
กระแสเงินทุนเริ่มฟื้น แต่ยังไม่แข็งแรง
ในด้านสถานะการลงทุน ช่วงแรกของความขัดแย้ง นักลงทุนขายทองคำเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ท่ามกลางความผันผวนของสินทรัพย์หลายประเภท ส่งผลให้ราคาทองคำปรับลงราว 20% จากปลายเดือนกุมภาพันธ์
อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ ขณะที่ความต้องการซื้อจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีนและโปแลนด์ ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าการขายจากบางประเทศยังจำกัดการปรับขึ้นของราคาในระยะสั้น
มุมมองระยะสั้นอยู่ในช่วงสร้างฐาน
ทีม Wealth Research ประเมินว่า ภาพทางเทคนิคสะท้อนว่าทองคำยังอยู่ในช่วงพักตัวเพื่อสร้างฐาน โดยราคาสามารถทะลุแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 4,780–4,800 ดอลลาร์ได้เพียงชั่วคราว ก่อนจะอ่อนตัวลงอีกครั้ง
การที่ราคายังไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ สะท้อนว่าอัปไซด์ในระยะสั้นยังจำกัด และตลาดอาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการสะสมแรง ก่อนจะเปิดทางสู่การปรับขึ้นรอบใหม่
ระยะกลางเริ่มเห็นสัญญาณบวก
แม้ระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดัน แต่ในระยะกลางเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวก โดยตลาดการเงินตอบสนองต่อข่าวด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง สะท้อนว่าตลาดเริ่มชินกับปัจจัยสงคราม ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาทองคำ
ภายใต้สมมติฐานความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz มีโอกาสทยอยคลี่คลายภายในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และผ่อนคลายแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ เปิดทางให้ปัจจัยมหภาคกลับมาหนุนราคาทองคำมากขึ้น
ในเชิงโครงสร้าง แรงซื้อจากธนาคารกลางยังเป็นเสาหลักสำคัญ โดยจีนเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 และประเทศตลาดเกิดใหม่หลายแห่งยังเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรอง สะท้อนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาว
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำให้ทยอยสะสมทองคำในช่วงที่ราคายังอยู่ในกรอบสร้างฐาน เนื่องจากอัปไซด์ระยะสั้นอาจยังจำกัด แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะกลางถึงยาวเริ่มปรับดีขึ้น
ยังคงราคาเป้าหมายทองคำที่ระดับ 5,800 ดอลลาร์ในปี 2569 และ 6,400 ดอลลาร์ในปี 2570 จากแรงหนุนของความต้องการซื้อเชิงโครงสร้าง นโยบายการเงินที่มีแนวโน้มเอื้อต่อทองคำมากขึ้น และบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำรงอยู่
ยอดการถือครองทองคำผ่านกองทุน ETF (ตัน)
ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือนพฤษภาคม 2569







