อ่านเกมลงทุน 2569 จังหวะผันผวนครึ่งปีแรกคือโอกาสสะสม
ทีม Wealth Research มองว่า ปีนี้ตลาดจะกลับมาใช้ “กำไรจริง” เป็นตัวแยกความแข็งแรงของแต่ละตลาด ทำให้หุ้นเทคสหรัฐฯ และจีนโดดเด่นที่สุด ขณะที่ไทยมีโอกาสแบบ “เล่นรอบ”
KEY
POINTS
- ทีม Wealth Research มองว่า ปีนี้ตลาดจะกลับมาใช้ “กำไรจริง” เป็นตัวแยกความแข็งแรงของแต่ละตลาด
- ทำให้หุ้นเทคสหรัฐฯ และจีนโดดเด่นที่สุด
- ขณะที่ไทยมีโอกาสแบบ “เล่นรอบ”
ภาพรวมบรรยากาศการลงทุน
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า บริบทปี 2569 เปลี่ยนไปจากเดิมที่นักลงทุนสนใจ “เรื่องเล่า” มาเป็นการพิจารณา “ผลประกอบการจริง” ทำให้ตลาดที่กำไรเติบโตชัดเจนอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบ
โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งมีทิศทางกำไรที่คาดหมายได้มากกว่า และอยู่ในช่วงธุรกิจที่กำลังขยายตัว
Hang Seng Tech จุดน่าสะสมจากกำไรที่ฟื้นและราคาที่ยังไม่แพง
ตลาดเทคโนโลยีจีนกำลังกลับมาฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม กำไรหลายบริษัทเริ่มกลับมาโตต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีต ทำให้เป็นหนึ่งในตลาดที่ “สมดุลที่สุด” ระหว่างการเติบโตและความคุ้มค่า เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาตลาดที่มีโอกาสฟื้นตัวพร้อมพื้นฐานรองรับ
Nasdaq 100 ราคาดูสูง แต่รองรับด้วยกำไรที่โตแรง
หุ้นเทคสหรัฐฯ แม้มีราคาสูงอยู่แล้ว แต่ทีมวิเคราะห์มองว่ากำไรของบริษัทหลักยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบประมวลผลและข้อมูลขนาดใหญ่ จึงทำให้ระดับราคาปัจจุบันยังถือว่า “สมเหตุสมผล” เมื่อเทียบกับแนวโน้มธุรกิจในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า
ตลาดหุ้นไทย ได้จังหวะจากราคาที่ลดลงมากเกินไป
หุ้นไทยปีนี้แม้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่กำไรโดดเด่น แต่ราคาที่ลดลงต่อเนื่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทำให้ระดับราคาปัจจุบันถูกมากเมื่อเทียบกับตลาดโลก
ขณะเดียวกันผลตอบแทนของไทยตามหลังดัชนีหุ้นโลกกว่า 90% จึงมีโอกาสเกิดแรงซื้อคืนเพื่อปิดช่องว่าง แต่เหมาะในเชิง “เล่นรอบ” มากกว่าเป็นพอร์ตหลัก
กลยุทธ์พอร์ตปี 2569 เน้นตลาดที่กำไรโตต่อเนื่อง
ทีม Wealth Research ย้ำว่า การสร้างผลตอบแทนระยะยาวต้องพึ่งพาตลาดที่กำไรเติบโตสม่ำเสมอ จึงให้หุ้นเทคสหรัฐฯ และเทคจีนเป็นแกนกลางของพอร์ต ส่วนตลาดไทยใช้เป็นส่วนเสริมตามจังหวะที่ตลาดฟื้นตัว ไม่เน้นถือยาวเพื่อหวังอัตราเติบโตสูง
จังหวะเข้าตลาด ผันผวนครึ่งปีแรกเป็นโอกาสทยอยสะสม
มีความเป็นไปได้ว่าตลาดโลกจะผันผวนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน หลังฤดูกาลประกาศงบไตรมาสสี่สิ้นสุด หากตลาดย่อตัวในช่วงดังกล่าว น่าจะเป็นโอกาสในการทยอยซื้อสะสม
โดยจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนขึ้นน่าจะเริ่มหลังเดือนพฤษภาคม เมื่อราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว และการฟื้นตัวของสหรัฐฯ กับเทคจีนจะเริ่มเด่นชัดในครึ่งปีหลัง
แรงหนุนใหม่จากภาคการผลิตโลก
ปีนี้ยังมีสัญญาณฟื้นตัวจากภาคการผลิตทั่วโลก ซึ่งทำให้การฟื้นตัวของตลาดไม่กระจุกที่กลุ่มเทคเพียงอย่างเดียว หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นคุณค่ามีโอกาสเริ่มกลับมาเดินหน้าได้บ้าง ทำให้ภาพรวมตลาดกระจายตัวมากขึ้น และช่องว่างผลตอบแทนระหว่างกลุ่มเทคและกลุ่มอื่นๆ เริ่มแคบลง
นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของกำไรบริษัทเป็นหลัก ตลาดที่กำไรโตชัดเจนจะมีโอกาสมากที่สุด
ขณะเดียวกันควรบริหารจังหวะการเข้าซื้อ โดยใช้ช่วงผันผวนต้นปีเป็นโอกาสทยอยสะสม ส่วนตลาดไทยเน้นตามจังหวะฟื้นตัวระยะสั้น มากกว่าคาดหวังการเติบโตในระยะยาว


