ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขาขึ้นเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางโลกที่ปั่นป่วน
ทองคำเดือนมกราคม 2569 ความต้องการเชิงกลยุทธ์เร่งตัวท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในเดือนมกราคม 2569 หลังจากปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดปี 2568 โดยทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมา
KEY
POINTS
- ทองคำเดือนมกราคม 2569 ความต้องการเชิงกลยุทธ์เร่งตัวท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย
- ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในเดือนมกราคม 2569 หลังจากปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดปี 2568
- โดยทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ราคาทองคำเปิดต้นเดือนมกราคมที่ราว 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนพุ่งทะลุระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือน แม้มีการพักฐานระหว่างทาง แต่ภาพรวมยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน และถือเป็นเดือนมกราคมที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายสิบปี
ปัจจัยหนุนหลัก ภูมิรัฐศาสตร์–นโยบายสหรัฐ–ค่าเงิน
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าแรงหนุนสำคัญมาจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ปฏิบัติการของสหรัฐในเวเนซุเอลา ความตึงเครียดกับอิหร่านที่กลับมาอีกครั้ง และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและยุโรปเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ ส่งผลให้ตลาดต้องการถือทองคำในเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ไม่ใช่เพียงสินทรัพย์หลบภัยชั่วคราวเหมือนที่ผ่านมา
สถานการณ์เข้มข้นขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นภาษีและดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงแข็งกร้าว เพิ่มแรงกดดันต่อเสถียรภาพของตลาดโลก และย้ำบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงระดับมหภาค
นอกจากนี้ ความกังวลต่อเสถียรภาพของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ และความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รวมถึงความไม่มั่นใจจากคดีเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ล้วนกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเงินเฟียต ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักในทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงการลดค่าเงิน
ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยปลายปี ยังช่วยหนุนราคาทองคำในเชิงกลไก ทำให้ราคาทองคำในสกุลเงินอื่นลดลง และเพิ่มความต้องการจากนักลงทุนต่างประเทศ
ความต้องการทองคำเชิงโครงสร้างยังแข็งแกร่ง
ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะโปแลนด์และจีน ยังคงซื้อทองคำต่อเนื่อง ขณะที่กองทุน ETF ทองคำมีเงินไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นปี การปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำจากสถาบันการเงินรายใหญ่ทั่วโลก ยังเสริมความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนเชิงโมเมนตัมเข้ามาเพิ่มเติม
โดยสรุป ความเคลื่อนไหวราคาทองคำในเดือนมกราคม 2569 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเชิงวัฏจักร ไปสู่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายเศรษฐกิจ และพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไป
ระยะสั้นต้องระวังเพิ่ม โมเมนตัมร้อนแรง เสี่ยงเผชิญแรงขายทำกำไร
ราคาทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 13 เดือนที่ผ่านมา โดยพุ่งขึ้นราว 65% ในปี 2568 และเพิ่มอีก 16% ในเดือนมกราคม 2569 จนแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตามที่คาดการณ์ไว้
แม้พื้นฐานสนับสนุนทิศทางขาขึ้น แต่การขึ้นแรงในระยะเวลาอันสั้นทำให้ตัวชี้วัดเทคนิคหลายตัวส่งสัญญาณเตือน เช่น
- RSI รายเดือนแตะระดับ 95 สูงสุดตั้งแต่ปี 2516 บ่งชี้ภาวะ "ซื้อมากเกินพื้นฐาน"
- Momentum Tracker ของ BLS Wealth Research อยู่ในโซน Overbought และเกิด Bearish Divergence คือ ราคาขึ้นแต่โมเมนตัมไม่ทำจุดสูงสุดใหม่
จากภาวะร้อนแรงดังกล่าว ราคาทองคำมีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไร ทำให้ระยะสั้นมีความผันผวนเพิ่มขึ้น แม้แนวโน้มหลักยังเป็นบวก
ปัจจัยบวกระยะกลางยังแข็งแรง
แม้ระยะสั้นเผชิญแรงขาย แต่ระยะกลางยังมีแรงหนุนสำคัญ ได้แก่
- ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นโครงสร้างถาวร
เหตุการณ์ในเวเนซุเอลา กรีนแลนด์ อิหร่าน และยูเครนที่ยืดเยื้อ ทำให้นักลงทุนเริ่มมองความเสี่ยงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตระยะยาว ส่งผลให้ทองคำมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
- ความไม่แน่นอนด้านนโยบายและสถาบันในสหรัฐเพิ่มขึ้น
ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของ Fed การฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย IEEPA และท่าทีด้านการค้าของรัฐบาลสหรัฐ ล้วนเพิ่มความไม่มั่นใจในระบบเงินเฟียต ทำให้นักลงทุนใช้ทองคำเป็นหลักประกันต่อความไม่แน่นอนเชิงสถาบัน
- แรงซื้อจากธนาคารกลางยังต่อเนื่อง
ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนธันวาคม 2568 เพิ่มอีก 30,000 ทรอยออนซ์ รวมสะสมราว 42 ตันตั้งแต่พฤศจิกายน 2567 แม้ราคาทำจุดสูงสุดใหม่แต่ยังคงซื้อ เป็นสัญญาณเชิงกลยุทธ์ที่ต้องการลดพึ่งพาทุนสำรองสกุลดอลลาร์ แรงซื้อเหล่านี้ช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านราคาหากตลาดผันผวน


