posttoday
เศรษฐกิจฟื้นตัวสนับสนุนการใช้นโยบายแบบตึงตัวของธนาคารกลาง

เศรษฐกิจฟื้นตัวสนับสนุนการใช้นโยบายแบบตึงตัวของธนาคารกลาง

21 มีนาคม 2565

เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.70 ในสัปดาห์นี้ โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นการสนับสนุนให้ธนาคารกลางต่างๆ เริ่มใช้นโยบายตึงตัว

คอลัมน์ มันนี่วีก (Money…week) โดย...ภาณี กิตติภัทรกุล, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.70 ในสัปดาห์นี้ โดยในสัปดาห์นี้จะมีการเผยแพร่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ทั้งด้านภาคการผลิตและการบริการของประเทศใหญ่ๆ หลายประเทศ ทั้งฝั่งสหรัฐอเมริกา ยุโรป รวมถึงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมว่ามีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นการสนับสนุนให้ธนาคารกลางต่างๆ เริ่มใช้นโยบายตึงตัวได้

สำหรับประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์จะประกาศตัวเลขส่งออกนำเข้าของเดือนกุมภาพันธ์ โดยตลาดจะจับตาผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน และปัญหาคอขวดต่อตัวเลขการค้า โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าการส่งออกปีนี้โตที่ 3-4% ซึ่งในเดือน ม.ค. ส่งออกโตที่ 8.0%YoY และนำเข้าโตที่ 20.5%YoY

ภาพรวมตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงวันที่ 14-18 มีนาคม 2022 เงินทบาทผันผวนในทิศทางอ่อนค่า ท่ามกลางเงินทุนไหลออกจากตลาดพันธบัตรและเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น ด้านรัฐบาลไทยเตรียมยกเลิกตรวจ RT-PCR ก่อนเข้าประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังคงมาตรการ Test and Go และเตรียมลดเงินประกันของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อไป นอกจากนี้ ภาครัฐมีมติปรับขึ้นค่าเอฟทีไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. ตามราคาพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้น

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า หลังจากเฟดประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด เพื่อจัดการกับเงินเฟ้อ โดยเฟดคาดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 7 ครั้งในปีนี้ และปรับประมาณการเงินเฟ้อขึ้นไปอยู่ 4.3% สำหรับปีนี้ และ 2.7% สำหรับปีหน้า พร้อมทั้งปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลงจาก 4.0% เหลือ 2.8% สำหรับปีนี้ และยังคงตัวเลขการว่างงานที่ 3.5% ทั้งนี้ เฟดยอมรับว่าสงครามรัสเซียยูเครนเป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจ ในขณะที่สงครามยังคงยืดเยื้อตึงเครียดต่อเนื่อง โดยปูตินระบุว่ายูเครนไม่จริงจังในการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน ในขณะที่เซเลนสกีระบุว่ามีความขัดแย้งที่สำคัญในการพูดคุยกันและขอความช่วยเหลือต่อสภาคองเกรสของสหรัฐในการปกป้องประเทศยูเครนจากรัสเซีย

ด้านยุโรป ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์พุ่ง 5.9%YoY จาก 5.1%YoY โดยหลักเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน ภาคบริการ และหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ด้านลาการ์ดยืนยันว่าอีซีบีจะใช้ทุกวิธีเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและรับรองสภาพคล่องของตลาด ด้านรองประธานอีซีบี หลุยส์ เดอ กวินโดส ระบุว่าการปรับนโยบายการเงินไม่ได้หมายความว่าต้องมีการขึ้นดอกเบี้ยแบบกะทันหัน และระบุว่าเศรษฐกิจยุโรปจะไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ -39.4 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่มีการจัดทำสำรวจในปี 1991 เนื่องจากความกังวลต่อสงครามรัสเซียยูเครน

ธนาคารกลางอังกฤษลงมติ 8-1 ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดไว้ เพื่อตอบสนองอัตราเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มต่อเนื่อง โดยเป็นการปรับเพิ่มจากอัตรา 0.5% เป็น 0.75% เท่ากับช่วงก่อนเกิดการระบาดของไวรัสโควิดซึ่งเป็นการปรับเพิ่มครั้งที่สามติดต่อกัน ธนาคารกลางอังกฤษแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อที่อาจสูงถึง 8% ได้ และสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนจะส่งผลให้ปัญหาคอขวดแย่ลง

ความกังวลต่อเงินเฟ้อและพลังงานชะลอลง หลังจากจีนประกาศปิดหลายเมือง อาทิ เสิ่นเจิ้น จี๋หลิน และหลางฟาง เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หลังจากรัสเซียถูกตัดออกจากระบบสวิฟต์ หลายประเทศพยายามจะทำธุรกรรมกับรัสเซียโดยผ่านระบบซิปส์ของจีน และใช้เงินหยวนในการซื้อขายพลังงานกับรัสเซียแทน ล่าสุด ซาอุดิอาระเบียกำลังพิจารณาใช้เงินหยวนในการค้าน้ำมันแทนดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านธนาคารกลางจีนคงอัตราดอกเบี้ยระยะกลาง 1 ปี ที่ 2.85% พร้อมอัดฉีดเงิน 2 แสนล้านหยวนเข้าระบบในเดือนนี้ ในขณะที่ภาครัฐจีนประกาศจะสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดการเงินและลดกฎเกณฑ์ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ

เงินบาทปิดตลาดที่ 33.33 ในวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2022 ณ เวลา 17.00 น.

ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นตลอดทุกช่วงอายุ โดยมีประเด็นสำคัญคือผลการประชุมของเฟดที่มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามการคาดการณ์ของตลาด พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในทุกการประชุมที่เหลือ 6 ครั้งในปีนี้ หรือคิดเป็นการขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 7 ครั้งในปี 2022 ส่วนในปี 2023 คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 2.80% ซึ่งการเปิดเผยประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ชี้ให้เห็นว่าเฟดมีมุมมองที่ Hawkish มากขึ้น เมื่อเทียบกับตัวเลข Dot Plot ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2022 ส่งผลให้เส้นความชันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวโดยมีความชันลดลง กล่าวคืออัตราผลตอบแทนระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าอัตราผลตอบแทนระยะยาว ส่งผลให้ spread ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2ปีกับ 10ปี (UST 2-10Y Spread) ปรับตัวลดลงมาอยู่แถวบริเวณ +23 bps ถือเป็น spread ที่แคบที่สุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ที่เห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดความร้อนแรงของอัตราเงินเฟ้อ เช่น ธนาคารกลางอังกฤษมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 0.75% และธนาคารกลางไต้หวันประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 1.375%

เศรษฐกิจฟื้นตัวสนับสนุนการใช้นโยบายแบบตึงตัวของธนาคารกลาง

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การประมูลพันธบัตรรัฐบาล ESGLB35DA ตัว Benchmark รุ่นอายุ 15ปี วงเงินประมูล 20,000 ล้านบาท ที่ปรากฏว่าผลออกมาถือว่าไม่ค่อยดีนัก สะท้อนผ่านช่วงผลการประมูลที่กว้างอยู่ที่ 2.70% - 2.78% เฉลี่ย 2.72% และ Bid coverage ratio เพียง 1.15 เท่า โดยความต้องการจากนักลงทุนภายในประเทศยังคงเบาบางตั้งแต่ช่วงต้นปี ส่วนกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกันคิดเป็นมูลค่าสุทธิประมาณ 8,366 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 10,562 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 4,444 ล้านบาทและมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 2,248 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ วันที่ 18 มีนาคม 2565 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 0.52% 0.68% 1.00% 1.41% 1.97% และ 2.31% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก