
บทความ “ปรับตัวอย่างไรให้เป็น Smart and Fast SME”
ในสภาวะที่เราต่างกังวลเกี่ยวกับสถาณการณ์โควิด 19 ที่จะกลับมาระบาดรอบ 2 และแถลงการปรับลด GDP จากธนาคารแห่งประเทศไทย จาก -5.3% หล่นไปอยู่ที่ -8.1% และสถาณการณ์ทั่วโลกยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้น
จึงเป็นโจทย์ใหญ่ให้ SME ต้องปรับตัวเพื่ออยู่ให้รอด ทำอย่างไร?
1.ทำตัวให้เล็กและเคลื่อนที่ให้เร็วในอดีตทำการค้าต้องวางแผนขยายให้ใหญ่ขึ้น สาขาต้องมากขึ้น แต่เดี๋ยวนี้ ยิ่งใหญ่ยิ่งอุ้ยอ้าย เดินช้า เราต้องปรับองค์กรให้เล็ก กระจายความเสี่ยง จ้างภายนอก Outsource ซึ่งอดีตการจัดจ้างข้างนอกเป็นเรื่องยากในการควบคุมคุณภาพ และจำนวนสต๊อก
แต่เดี๋ยวนี้เราสามารถใช้เทคโนโลยีที่มีเข้ามาควบคุม โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งเป็นการลงทุนที่ต่ำกว่าจะนั่งผลิตเองทั้งระบบ
2.มองหาพันธมิตร ขยายฐานตลาดการที่ SME จะต้องแบกภาระ ฟิกซ์ คอสต์t ค่าจ้างเซลล์ช่วยจำหน่ายสินค้า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประจำ ลองมองหาพันธมิตรมาช่วยขยายตลาด แล้วยอมจ่ายค่าคอมมิตชั่นที่สูงขึ้น แต่จ่ายตามจริง เพื่อให้ทั้งเขา และเราอยู่รอด
3. โฟกัสสินค้าเฉพาะกลุ่มจงเป็นที่ 1ในใจคน ดีกว่าเป็นตัวสำรองของคนทั่วไป ข้อนี้ต้องกาดอกจัน ตัวโตๆ เพราะ SME ส่วนมากจะติดกับดักการผลิต Productivity เน้นผลิตสินค้ามาก ขายมาก โดยไม่โฟกัสกลุ่มลูกค้าทำให้เกิด Over Stock กว่าจะรู้ตัวเกิดภาวะสต๊อกบวมต้องเทขายสินค้าขาดทุน
4.ถือครองกระแสเงินสดให้นานที่สุดเพราะสงครามครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น และเรายังไม่เห็นวี่แววจุดสิ้นสุดเมื่อไหร่ การถือกระแสเงินสด เหมือนเรามีกระสุนพร้อมออกรบ
การเจรจาเจ้าหนี้ ยืดอายุการผ่อนชำระ เร่งขายสินค้าเพื่อถือกระแสเงินสด ช่วยให้ SME มีทางรอดเพิ่มขึ้น
SME ไทย ถือเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่มีความสำคัญมาก เพราะหากขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป นั่นหมายถึง เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวนี้อาจพังพินาศ อยากฝากทีมเศรษฐกิจในรัฐบาล ผ่อนปรนมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเติมถังอ๊อกซิเจนให้พวกเค้ามีชีวิตรอด







