posttoday

ค่าเงินบาทติดตามประเด็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

06 มกราคม 2563

คอลัม มันนี่วีก (Money week) โดย...สรรค์ อรรถรังสรรค์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

คอลัม มันนี่วีก (Money week) โดย...สรรค์ อรรถรังสรรค์, มนัสวิน ฐิติสมบูรณ์ สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 30.00-30.30 ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนรอติดตามความคืบหน้าประเด็นการออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร (Brexit) โดยสภาสามัญมีกำหนดแปรญัตติร่างกฎหมายความตกลงเพื่อการถอนตัวจากอียูในวาระที่ 3 ระหว่างวันที่
7 – 9 มกราคม ซึ่งคาดว่าจะทำให้ประเด็น Brexit มีความชัดเจนมากขึ้นและเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของค่าเงินปอนด์ นอกจากนี้ ตลาดการเงินรอติดตามการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์เพื่อประเมินสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงทิศทางการดำเนินโยบายการเงินของเฟดในระยะต่อไป ทั้งนี้ ตลาดการเงินโลกอาจเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยงตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาสูงขึ้นภายหลังประธานาธิบดีโดนับ ทรัมป์ได้สั่งการปฏิบัติการทางอากาศเพื่อสังหารนายพลระดับสูงของอิหร่าน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนเนื่องจากธุรกรรมเบาบางในช่วงปลายปี โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก ลงมาแตะระดับต่ำกว่า 30.0 ในวันสิ้นปีของวันทำการมา ปิดตลาดที่ 29.967 หลังจาก ธปท. รายงานตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพฤศจิกายนเกินดุลมากกว่าที่ตลาดคาด ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาชี้แจงเพื่อลดความกังวลของตลาดว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากเป็นผลมาจากปริมาณธุรกรรมที่มากในช่วงก่อนสิ้นปีซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มีสภาพคล่องต่ำและเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทั้งนี้ ธนาคารแถลงว่าจะดูแลเงินบาทอย่างใกล้ชิดให้เคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ต่อมาเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนกลับมาอ่อนค่าลงในวันทำการแรกของปี โดยเปิดตลาดที่ระดับ 30.09 และทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ด้านเงินความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์กลับมาปรับเพิ่มขึ้นหลังจากรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมของประเทศเศรษฐกิจหลักทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และสหราชอาณาจักรเดือนธันวาคมออกมาต่ำลงซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมการผลิตที่ยังอ่อนแอ เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.16 (ณ 16.40 น.)

ตลาดตราสารหนี้ ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์แรกของปี 2020 เริ่มต้นจากปัจจัยที่นักลงทุนคลายความกังวลต่อประเด็นที่ทางสหรัฐฯและจีนจะมีการเซ็นข้อตกลงทางการค้าระยะที่ 1 ในวันที่ 15 มกราคมนี้ รวมไปถึงประเด็นที่ทางธนาคารกลางของจีนได้ออกมาปรับลดอัตราเงินสดสำรองต่อเงินรับฝาก (RRR) ลง 50 bps ทำให้อัตราเงินสดสำรองของธนาคารขนาดใหญ่ลดลงมาที่ 12.5% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 มกราคมนี้ โดยการปรับลด RRR ในครั้งนี้คาดว่าจะทำให้มีสภาพคล่องในระบบเพิ่มขึ้น 8 แสนล้านหยวนหรือราว 1.15 แสนล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจีน สอดคล้องกับการประกาศเริ่มใช้ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate: LPR) เป็นมาตรฐานอ้างอิงใหม่สำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อแบบลอยตัวในปี 2020 ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินบางส่วนในระบบการเงินลดลงเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายสัปดาห์มีประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภายหลังจากที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศสังหาร นายพลกัสเซ็ม โซไลมานี ซึ่งเป็นนายพลสำคัญของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ทำให้นักลงทุนกลับมาปิดรับความเสี่ยงจากประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจหลักปรับตัวลดลง

ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลงตลอดช่วงอายุ โดยมีประเด็นภายในประเทศจากการประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนธันวาคมอยู่ที่ 0.87% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.49% ทำให้ทั้งปี 2019 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 0.71% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.52% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2020 จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปี 2019 มาที่ 0.80% หรือช่วง 0.40%-1.20% ซึ่งยังคงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1%-3% นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนเริ่มกลับมาพูดถึงโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ ทำให้เห็นแรงซื้อพันธบัตรรัฐบาลเข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดย ณ วันที่ 3 มกราคม 2563 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุ 1, 2, 3, 5, 7 และ 10ปี อยู่ที่ 1.18% 1.11% 1.15% 1.19% 1.28% และ 1.41% ตามลำดับ

ค่าเงินบาทติดตามประเด็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์



กระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิประมาณ 1,579 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 842 ล้านบาท ซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 3,510 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 1,089 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

NIA ดันโคเนื้อไทยสู่ตลาดพรีเมียมโลก หวังลดนำเข้า 7 พันล้าน