posttoday

ปัจจัยเสี่ยงด้านความมั่นคงในปี 2563

02 มกราคม 2563

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

ปี 2563 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายการบริหารประเทศของรัฐบาลผสมนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องนำประเทศฝ่าฟันอุปสรรคนานาชนิดทั้งจากภายในและ ภายนอกประเทศผ่านไปให้ได้ เพื่อความสุขของคนไทย และให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้า

ในขณะที่พรรคฝ่ายก็พยายามก่อกวนปัดแข้งปัดขา ให้รัฐบาลชวนเซหากล้มได้ก็ยิ่งดี ไม่ได้คิดว่าในขณะที่บ้านเมืองกำลังวิกฤติ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ประชาชนเลือกเข้าไปทำงานจะร่วมมือกันทำให้ชาติผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร

รัฐบาลที่บริหารประเทศจะต้องรู้ว่า หนทางที่จะเดินไปข้างหน้าในปี 2563 นั้นเป็นอย่างไรบ้าง มีปัจจัยส่งเสริมและปัจจัยที่เป็นอุปสรรค อะไรบ้าง กัปตันรัฐนาวา ต้องรู้ว่าข้างหน้าจะเจอพายุอะไรบ้าง คลื่นลมแรงขนาดไหน ใต้น้ำจะมีหินโสโครกหรือไม่ จะพารัฐนาวาเลี่ยงพายุไปทางอื่นได้ไหม และสร้างความแข็งแรงให้กับรัฐนาวาฝ่าพายุไปได้อย่างไร หรือจะเลี่ยงไปทางอื่นก่อน อีกทั้งต้องใช้เรดาห์คอยตรวจดูว่าจะมีเรือดำน้ำของฝ่ายค้านที่คอยหาโอกาสยิงตอร์ปิโดเพื่อจมเรือหรือไม่อย่างไร

ปัจจัยบางอย่างเป็นเรื่องที่สามารถควบคุมได้ แต่บางอย่างเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เราจะหาทางหลบหลีกเอาตัวรอดและเดินไปข้างหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างไร

ปัจจัยเสี่ยงที่รัฐบาลประยุทธ์จะต้องเจอในปี 2563 ที่พอมองเห็น มีทั้งที่มาจากนอกประเทศและในประเทศ พอสรุปและให้น้ำหนักเรียงตามลำดับโดยพิจารณาจาก"โอกาสที่จะเกิดขึ้น" และ" ความรุนแรงของผลกระทบหากเกิดขึ้น" ได้ดังนี้

หนึ่ง "ความเสียงค้นเศรษฐกิจ" ในปี 2563 สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเร่งด่วนสูงสุดคือ เศรษฐกิจภายในจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนรอบสอง โดยเฉพาะผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับล่าง ที่หากความไม่พอใจของประชาชนขยายตัว จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจะเร่งเติมเชื้อไฟให้ลุกลามมากขึ้น คะแนนเสียงปริ่มน้ำไม่น่าเป็นห่วงนัก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่จะถูกฝ่ายค้านนำมาขยายผลอย่างกว้างขวาง

สอง "ความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วม" ปี 2563 รัฐบาลเตรียมรับมือได้เลย จากภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ซึ่งจะกระทบต่อเกษตรกรทั่วประเทศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ป้องกันไม่ได้ แต่ลดความสูญเสียและฟื้นฟูได้ ดังนั้น รัฐบาลต้องเตรียมรับมือในเรื่องนี้อย่างจริงจังทั่วด้าน ซึ่งเวลานี้รัฐบาลได้ชี้แจงและเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว หากฤดูฝนมาเร็ว จะช่วยลดความสูญเสียลงได้ในระดับหนึ่ง

สาม โอกาสที่จะเกิด "ความรุนแรงทางการเมือง" ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงที่สำคัญประการหนึ่ง ที่มีสัญญานบอกว่า มีความพยายามแสวงประโยชน์จากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง ก่อกระแสความไม่พอใจของประชาชนเพื่อให้คนลงถนนและเผชิญหน้ากันแบบ " ฮ่องกงโมเดล " การเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่ม " รักชาติ" กับ"กลุ่มชังชาติ' หากควบคุมไม่ได้ทั้งสองฝ่าย โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงทางการเมืองเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ แม้ว่า ประชาชนยังเข็ดกับการเผาบ้านเผาเมืองในปี 2553 ก็ตาม

สี่ "ความมั่นคงทางไซเบอร์" โดยเฉพาะมีการปล่อยข่าวปลอม ข่าวเท็จ ภาพปลอม การโกหกทางไซเบอร์ กันอย่างกว้างขวาง คนกลุ่มหนึ่งพร้อมที่จะปล่อยข่าวปลอมเพื่อทำให้คนเข้าใจผิดรัฐบาลแม้เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมงก็ยังดี ก่อนที่จะรู้ว่าเป็นข่าวปลอม รวมทั้งการข่มขู่คุกคามทางไซเบอร์ต่อคนที่ไม่เห็นด้วย สิ่งเหล่านี้นับวันจะขยายมากขึ้นทุกที่จากบางกลุ่มการเมือง ที่นอกจากทำให้คนไทยแตกแยกเป็นสองฝ่ายแล้ว ยังปลุกปั่นให้คนไทยเผชิญหน้ากันอีกด้วย

ห้า "การทุจริตคอรัปชั่น" เป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สุดที่ถูกเฝ้าจับตาดูต้องอย่าให้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้เป็นอันขาด แม้นายกรัฐมนตรีและครอบครัวมือสะอาด แต่รัฐมนตรีหลายคนจากพรรคการเมืองเคยมีประวัติเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลชุดก่อนที่เราว่าเขาโคตรโกง แม้ว่านายกรัฐมนตรีไม่มีทางเลือกภายใต้การเมืองประชาธิปไตยแบบไทยๆ แต่ต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลให้ได้

หก " การก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้" ยังเป็นปัญหาต่อเนื่อง กลุ่มก่อการร้ายจะยังคงใช้ความรุนแรงกระทำต่อพลเรือนและเจ้าหน้าที่รัฐต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างกว้างขวาง

นอกจากนั้น กลุ่มก่อการร้ายในประเทศเหล่านี้ยังมีขีดความสามารถที่จะปฏิบัติการนอกพื้นที่และขึ้นมาถึง กทมได้ด้วย การพูดคุยเพื่อสันติสุขจะยังไม่ประสบความสำเร็จในปีนี้ประเทศไทยยังเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อ "การก่อการร้ายระหว่างประเทศ " ที่ไม่มีใครบอกได้ว่า พวกนั้นจะมาทำในเมืองไทยเมื่อไร อย่างไร ไทยก็ยังเป็น "พื้นที่เสี่ยง" เพราะผลประโยชน์ของคู่ขัดแย้งตั้งอยู่ในประเทศไทย

อีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลควรเฝ้าระวังและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น คือ "การสร้างความขัดแย้งทางศาสนา" ซึ่งปี 2562 ที่ผ่านมา เกิด "กลุ่มสุดโต่ง" ทางศาสนา ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งกันได้ ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่มีเสรีภาพและความสามัคคีกลมเกลียวกันระหว่างศาสนิกชนที่ต่างกัน ในขณะที่ประเทศรอบบ้านต่างมีปัญหาในเรื่องนี้มากน้อยแตกต่างกันไป ทั้งสองฝ่ายต้องระวังและหาทางป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างศาสนิกชนให้ได้

นี่เป็นความเสี่ยงและสิ่งท้าทายด้านความมั่นคงต่อรัฐบาลในปี 2563 ที่พอ มองเห็น หากท่านผู้ใดเห็นปัญหาอื่นเพิ่มเติมก็เอามาใส่ได้เลยรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะบริหารประเทศ เพื่อความสงบสุข ความมั่นคงและการกินดีอยู่ดีของประชาชน แต่ทุกรัฐบาลย่อมเจอกับปัญหา ความเสี่ยงสิ่งท้าทายในแต่ละปี หากรู้ปัญหาก่อน ก็จะได้เตรียมตัวเอาชนะปัญหานั้นๆ หรือลดความสูญเสียให้น้อยที่สุดหากหลีกเลี่ยงไม่ได้

*********************************

ข่าวล่าสุด

ผ่าตัดโครงสร้างตำรวจไทย พรรคประชาชนชูโมเดลญี่ปุ่นรื้ออำนาจรวมศูนย์