
'วีรบุรุษ/สตรี' สามัญชนแห่งเวียดนาม
เมื่อนึกถึงวีรบุรุษของเวียดนาม เราอาจนึกออกแค่ชื่ออย่างโฮจิมินห์ นายพลหวอเงวียน ซ้าบเท่านั้น
เรื่อง มรกตวงศ์ ภูมิพลับ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เมื่อนึกถึงวีรบุรุษของเวียดนาม เราอาจนึกออกแค่ชื่ออย่างโฮจิมินห์ นายพลหวอเงวียน ซ้าบเท่านั้น ทั้งที่เวียดนามมีคนที่ได้รับการประกาศเป็นวีรบุรุษ/สตรีของชาติมากมาย
พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามนิยามคำว่า “วีรบุรุษ (anh hung)” ตั้งแต่สมัยทำสงครามกับฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา การสร้างวีรบุรุษสามัญชนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์โฆษณาชวนเชื่อ โดยวีรบุรุษของเวียดนามมีตั้งแต่วีรชนที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์จนถึงวีรชนร่วมสมัย ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามรับแนวคิดส่วนหนึ่งมาจากสหภาพโซเวียตเพื่อปลุกระดมมวลชนให้ร่วมการต่อต้านต่างชาติที่เข้ามายึดครองเวียดนาม
ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 มีการสร้าง “วีรบุรุษใหม่ (anh hung moi)” ในความหมายการเป็นนักสู้ที่ประชาชนควรเอาอย่าง ครอบคลุมตั้งแต่ทหารในแนวหน้าไปจนแนวหลังที่ทำงานสนับสนุนการต่อสู้
แกนนำพรรคคอมมิวนิสต์มองว่าวีรบุรุษต้องเป็นหนึ่งเดียวกับพรรคและรับใช้มวลชน ไม่ทรยศประชาชน ร่วมขบวนการปลดปล่อยคนหมู่มาก อุทิศชีวิตให้งานอาสา ใช้แรงงานและงานการผลิตอย่างน่ายกย่อง ทำตามการชี้นำของพรรคและรัฐบาล มีความสัมพันธ์อันดีกับคนส่วนใหญ่ ไม่โอ้อวด เน้นปฏิบัติ ตรวจสอบตนเอง มีจิตวิญญาณปฏิวัติ สร้างความรู้ใหม่จากการทำงานกับมวลชน มีความรู้สึกแรงกล้าทางชนชั้น แยกผิดถูก มิตรและศัตรูได้ ไม่มีแรงจูงใจส่วนตน ทั้งหมดเชื่อว่าเพื่อสร้างสังคมที่ก้าวหน้า
แนวคิดนี้นำไปสู่การแต่งตั้งวีรบุรุษของกองทัพประชาชนช่วงทำสงครามกับฝรั่งเศส วีรบุรุษแรงงาน/กรรมกร (anh hung lao dong) เป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดที่มอบให้ผู้ประสบความสำเร็จในการทำคุณประโยชน์ให้สังคมแสะสร้างประเทศให้เข้มแข็ง มีจิตวิญญาณปฏิวัติ ซื่อสัตย์ต่อพรรคและเวียดนาม โดยวีรบุรุษแรงงานนี้มีการประกาศแต่งตั้งตั้งแต่ปี 1970 โดยคณะกรรมาธิการสมัชชาแห่งชาติ ซึ่งมองว่าเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจ ตลอดจนปลุกระดมมวลชนชาวเวียดนามที่ทำงานและมีความกล้าหาญและประสบความสำเร็จในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย การสดุดีวีรบุรุษเหล่านี้นอกจากประกาศเกียรติคุณก็ยังสร้างอนุสาวรีย์วีรบุรุษสามัญชนตามที่เห็นทั่วเวียดนาม
นับตั้งแต่เวียดนามรวมประเทศได้ในปี 1975 รัฐบาลพยายามพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางสังคมนิยมแต่ล้มเหลวจนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ในปี 1986 รัฐปรับตัวเพื่อความอยู่รอดด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้อง เน้นเกษตรกรรมและการผลิตสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภค เมื่อเปิดประเทศจึงทำให้เวียดนามสามารถยกระดับเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ในปี 1999 รัฐตั้งวีรบุรุษแบบใหม่คือ วีรบุรุษแรงงานยุคปฏิรูป (anh hung lao dong thoi ky doi moi) ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น แบ่งเป็นหลายด้าน เช่น การศึกษา สังคม ธุรกิจ ผู้ได้รับรางวัลมักเป็นนักธุรกิจในบริษัทที่ประสบความสำเร็จ เช่น มาย เกี่ยว เลียน CEO หญิงของ VINAMILK ผู้ผลิตโยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ ตลอดจน CEO ของบริษัท VISSAN ซึ่งประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ผลิตอาหารสดและแปรรูป รวมทั้งบริษัทน้ำมันใหญ่ PetroVietnam
ในยุคโลกาภิวัตน์ การ “ตั้งวีรบุรุษ” จึงยังคงถูกนำมาใช้ในเวียดนาม เพียงแต่วีรบุรุษสมัยใหม่นั้นอาจแตกต่างไปจากยุคก่อน เพราะส่วนหนึ่งกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจที่รัฐเวียดนามมองว่าควรเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนในโลกที่เน้นการแข่งขันทางเศรษฐกิจ







