posttoday
อย่าเพิ่มปัญหาให้ฝุ่น

อย่าเพิ่มปัญหาให้ฝุ่น

23 มกราคม 2562

ปัญหาฝุ่นใน กทม.ก็แย่อยู่แล้ว แต่ต้องระวังที่จะแย่กว่าเดิมคือปัญหา

เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ปัญหาฝุ่นใน กทม.ก็แย่อยู่แล้ว แต่ต้องระวังที่จะแย่กว่าเดิมคือปัญหาความแตกตื่น จนฝุ่นตลบ

เพราะมีข่าวสารพัดมาตรการ ต่างถูกงัดเตรียมใช้ออกมา

ที่ปรากฏออกมานับตั้งแต่กรมควบคุมมลพิษ เปิดประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยได้ข้อสรุปแนวทางในการแก้ไข

เริ่มจาก เร่งดำเนินการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น กองบังคับการตำรวจจราจร เพิ่มหน่วยเคลื่อนที่ตรวจวัดควันดำ เร่งตรวจสภาพรถโดยสาร ขสมก. เร่งทำฝนหลวงอย่างเข้มข้นในช่วงสัปดาห์นี้

ถัดมาหากค่าฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ยทั่วพื้นที่ กทม.เกิน 90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 วัน เสนอให้ควบคุมการจราจรและการก่อสร้างเข้มข้นขึ้น

อาทิ การลดจำนวนรถบนท้องถนน เริ่มจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ห้ามข้าราชการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของกรมอนามัย และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

หากดำเนินการตามมาตรการแล้วฝุ่นละอองยังไม่ลดลง ข้อเสนอสุดท้ายจะงัดมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาแก้ไขปัญหา

ว่าก็ว่าเถอะ ถ้าเป็นอย่างที่ข่าวออกมา เห็นทีจะอ่วมกันทั้งเมือง

เศรษฐกิจ ธุรกิจ จะได้รับผลกระทบจากความแตกตื่น

มาก่อนใคร เห็นจะเป็นการท่องเที่ยว ที่บรรดานักท่องเที่ยววางแผนเดินทางกันเป็นเดือน จะยกเลิกการเดินทางมา กทม.อย่างแน่นอน จากกระแสข่าวที่เผยแพร่ออกไป จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

เมื่อการท่องเที่ยวหดหาย ต่อไปก็เป็น การลงทุน ที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นความเสี่ยง

ร้อนถึงกรมอนามัย ต้องออกมาแก้ข่าวความเข้าใจผิดว่ากรมอนามัยจะต้องเป็นผู้ออกประกาศในการควบคุมสถานการณ์ หากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 วิกฤตรุนแรง

แต่ความจริงแล้ว พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ให้อำนาจนายกฯ เป็นผู้สั่งการ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุภยันตรายต่อสาธารณชนอันเนื่องมาจากภาวะมลพิษ

จะเป็นการห้ามขับรถยนต์ส่วนตัว การปิดโรงเรียน สถานที่ทำงาน ก็ทำได้หมด จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ทว่ามันเร็วเกินไปที่จะใช้อำนาจเด็ดขาด เพราะมันต้องมีองค์ประกอบที่สาหัส

ค่าฝุ่น PM2.5 จะต้องเกิน 90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ครอบคลุมพื้นที่เกินครึ่งหนึ่งของ กทม. จึงจะเข้าข่ายเป็นอันตราย ใช้อำนาจตามมาตรา 9

ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น ค่าฝุ่น PM2.5 ยังขึ้นๆ ลงๆ สูงแค่บางจุดของ กทม.และปริมณฑลเท่านั้น

ในขณะนี้จึงอาศัยกฎหมายมาบังคับใช้ เช่น ผู้ว่าฯ กทม.และจังหวัดปริมณฑล มาบังคับการห้ามเผาในที่โล่ง ใช้กฎหมายจราจรและขนส่ง ในการควบคุมรถบรรทุกในการเข้าออกเมือง การตรวจจับรถควันดำ เป็นต้น

และที่สำคัญพื้นที่มีปัญหา ก็คือบริเวณที่จราจรติดขัด

ฉะนั้น จึงควรตั้งหลักกันให้ดี อย่าให้ปัญหาฝุ่นบานปลาย

พอไม่ทำก็ไม่จัดการกันเลย แต่พอตกใจก็ทำเกินเสียอีก

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก