อย่ามาหลอก
การเลือกตั้งคราวนี้พรรคการเมืองหรือนักการเมือง ทั้งรุ่นเก่ายันคน
เรื่อง กัปตัน ป.
การเลือกตั้งคราวนี้พรรคการเมืองหรือนักการเมือง ทั้งรุ่นเก่ายันคนรุ่นใหม่ต่างใช้กลยุทธ์ในการหาเสียงมากมาย เน้นใช้สื่อใหม่เข้ามาช่วยรณรงค์หาเสียงเหมือนๆ กัน เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ฯลฯ สื่อใหม่อันดับต้นๆ ที่นักการเมืองคนรุ่นใหม่เลือกใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างพรรคการเมืองกับประชาชนเพื่อนำเสนอตัวเองและนโยบายพรรค หรือช่องทางโจมตีฝ่ายตรงข้ามก็คงใช้ช่องทางนี้เช่นกัน เพราะตอบโต้เอาคืนได้เร็วทันใจ
ดังนั้น ประชาชนทั่วไปที่มีสิทธิเลือกตั้งต้องใช้วิจารณญาณสูงมากในการฟัง อ่าน และดู ที่ต้องแยกแยะเพื่อนำไปสู่การเลือกว่าสิ่งใดคือโฆษณาชวนเชื่อ หรือความเป็นไปได้เชิงนโยบายและทางปฏิบัติ เพราะรู้กันดีว่ารัฐบาลหน้าเป็นรัฐบาลผสมแน่นอน ทุกพรรคการเมืองต่าง
นำเสนอนโยบายที่ดูสวยหรูแค่ไหน เรื่องนโยบายเป็นประเด็นหารือหรือให้ความสำคัญท้ายสุด
เพราะวันนี้ทุกพรรคต่างสปีดแข่งขันกันว่าพรรคไหนจะได้ สส.มากที่สุด เพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จากนั้นก็ค่อยต่อรองแบ่งโควตารัฐมนตรี ว่าแต่ละพรรคที่เข้ามาร่วมสนับสนุนได้ สส.จำนวนมากน้อยเพียงใด ย่อมได้สัดส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีไปตามความมากหรือน้อย นี่ยังไม่รวมถึงในพรรคนั้นๆ ที่เข้าร่วมจะต้องไปเคลียร์กันเองอีกว่าแต่ละกลุ่มก๊วนการเมืองภายในพรรคจะจัดสัดส่วนหรือเวียนเทียนเก้าอี้รัฐมนตรีกันอย่างไร เมื่อได้โควตาก้อนใหญ่จากพรรคร่วมมาแบ่งสรรกันอีก พอแบ่งสรรกันเสร็จลงตัวจากนั้นถึงจะมาคุยกันว่านโยบายรัฐบาลจะหน้าตาเป็นอย่างไร
นโยบายพรรคการเมืองที่เสนอกันตอนนี้คงเป็นได้แค่ภาพฝันว่าตัวเองเป็นรัฐบาลพรรคเดียว มี สส.ในกำมือเกิน 350 เสียง คำพูดที่นักการเมืองชอบพูดตอนนี้ว่าแข่งกันเชิงนโยบาย ไม่อาจเชื่อได้เท่าไรนัก เพราะเป็นเพียงเรื่องล่อหลอกให้ประชาชนเลือกเท่านั้น เหมือนกับตอนนี้ขยันลงพื้นที่กันจัง ลงไปรับปากว่าจะทำโน่นทำนี่ รู้ปัญหาชาวบ้านดีนัก แต่พอมีอำนาจคนละเรื่อง
สังเกตง่ายๆ ตอนนี้ทุกพรรคการเมืองต่างมุ่งเสนอนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน เพราะได้คะแนนนิยม บางพรรคการเมืองที่เคยเสนอว่าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่มาตอนนี้กลับไม่พูดถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเลย เพราะรู้ดีว่าพูดไปก็ได้คะแนนเสียงจากประชาชนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพราะปัญหาใหญ่ของประเทศวันนี้คือปัญหาปากท้อง การแก้ปัญหาความยากจน การกระจายรายได้ และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ดังนั้นไม่มีพรรคไหนกล้าพูดเรื่องปัญหาทุจริต ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือปัญหาการศึกษา เพราะพูดไปก็ไม่ได้แต้มทางการเมือง
ยุคนี้ดีหน่อย เทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัย ใครสัญญาอะไรไว้ชาวบ้านอัดคลิปเก็บไว้แล้ว ผู้สมัคร สส. หรือพรรคการเมืองใดผิดสัญญา หรือพอเป็นรัฐบาลแล้วทำไม่ได้อาจโดนแฉแน่ๆ เช่นเดียวกับการซื้อเสียง ยุคนี้ไม่ใช่จะซื้อกันได้โจ่งแจ้ง กล้องแอบถ่ายทันสมัยและราคาถูกมากๆ ถึงจะซื้อเสียงกันตอนนี้จริงๆ เอาคลิปออกมาแฉก็ยังไม่เกิดประโยชน์รอจนกว่าได้เป็น สส.มีอำนาจ ถึงตอนนั้นได้จังหวะและโอกาสคงงัดออกมาเล่นงานกัน
ชาวบ้านคนไหนก็ทำได้ คิดง่ายๆ เมื่อก่อนชาวบ้านอยากจะร้องเรียนนักการเมืองซื้อเสียงไม่มีใครกล้า กลัวถูกเก็บ หรือได้รับอันตราย ถึงกล้าไปร้องก็ต้องไปร้องสื่อกระแสหลักก็ไม่มีใครกล้าเล่นเพราะสุ่มเสี่ยงถูกฟ้อง วันนี้ไม่มีใครผูกขาดช่องทางการสื่อสาร ประชาชนมีช่องทางมากมายให้แฉพฤติกรรมไม่ดีเป็นเหมือนตาสับปะรด โดนหลอกขายฝันแล้วก็อย่าให้โดนหลอกซื้อเสียงอีกละกัน







