รถขวางหน้าบ้านติดคุก

วันที่ 27 พ.ย. 2561 เวลา 09:00 น.
รถขวางหน้าบ้านติดคุก
เรื่อง...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ใครที่ขับรถ เห็นทีต้องระวังอย่าไปจอดขวางหน้าบ้านคนอื่นจนเข้าออกไม่ได้

เพราะศาลตัดสินมาแล้วว่า การไปจอดรถขวางทางคนอื่น ผิดกฎหมาย ติดคุก

คงจำกันได้ถึงคดีโด่งดัง ป้าขวาน-ป้าเสียม ที่เป็นเจ้าของบ้านในหมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ มีความคับแค้นใจตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากการที่มีตลาดเถื่อนรายล้อมรอบบ้าน เปิดโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และมีการจอดรถขวางทางเข้าออกหน้าบ้านเป็นประจำ

สุดท้ายจึงกลายเป็นข่าวการเอาขวานมาทุบรถที่จอดขวางหน้าบ้านอันโด่งดังตั้งแต่ต้นปี

ปรากฏว่าคดีดังกล่าวได้มีการฟ้องร้องศาลจังหวัดพระโขนง โดยศาลนัดอ่านคำพิพากษาที่มีการฟ้องร้องเจ้าของรถที่จอดขวางทางเข้าออกบ้านในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้าออกอาคาร และก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพระโขนง พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง

ศาลวินิจฉัยในประเด็นสำคัญ ที่จำเลยอ้างว่า ใช้เวลาจอดรถซื้อของเพียง 15 นาที ทางฝ่ายโจทก์โต้แย้งว่า จำเลยจอดรถขวางหน้าบ้านไม่สามารถนำรถออกได้ จึงบีบแตรใช้เวลานานถึง 30 นาที

หากจำเลยจอดรถใช้เวลาไม่นาน โจทก์คงไม่นำเสียมและขวานมาทุบกระจกรถ

ทั้งหมดจึงเชื่อว่า จำเลยจอดรถขวางใช้เวลาซื้อของตามความประสงค์ของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของบุคคลอื่น

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ ซึ่งประชาชนชอบที่จะใช้สัญจรได้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน

นอกจากนั้น ยังเป็นการจอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคารและในลักษณะกีดขวางการจราจร การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 57(10)(15), 148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

จำเลยยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณสถาน หรือต่อหน้าธารกำนัล จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งหมดถือเป็นความเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลย และพนักงานสอบสวนก็ไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เพื่อให้คดีเลิกกันได้

จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่หนักที่สุด โดยให้จำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุก เห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี

คดีตัวอย่างออกมาแล้ว คำพิพากษาออกมาแล้ว

ระวังไว้อย่าใช้สิทธิเกินส่วน ไปเบียดบังสิทธิของคนอื่น