สังคมวิบัติ

วันที่ 22 ต.ค. 2561 เวลา 06:00 น.
สังคมวิบัติ
โดย...ทองพระราม

นับเป็นประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจไม่น้อยให้กับคนรักสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัข แมว หรือสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์ได้นำมาครอบครองไว้ใช้คลายเหงา ท่ามกลางสังคมแก่งแย่งแข่งขันสูง

โดยเฉพาะกับข่าวล่าสุดที่เชื่อได้ว่าบาดลึกในจิตใจคนรักสัตว์ต่อกรณีดีเจสาวรายหนึ่ง ได้ขออุปการะแมวจากเพจเฟซบุ๊กซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อหาบ้านให้กับสัตว์จรจัดได้มีที่อยู่อาศัย

ทว่า กลับกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าเพราะเจ้าของเพจเฟซบุ๊กได้สงสัยในพฤติกรรม แม้จะพยายามติดต่อขอรับคืนก็ได้เพียงร่างแมวน้อยไร้วิญญาณ อย่างน่าฉงน ด้วยเหตุประการใด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา เพจ WATCHDOG THAILAND ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อมูลเพิ่มเติมโดยระบุว่า ทางเพจได้รับข้อมูลจากผู้ติดตามเรื่องราวดังกล่าว

โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญโลกโซเชียลประเภทดาร์กเว็บ หรือ (เว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายหรืออาชญากรรม) พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการฆ่าสัตว์เพื่อแลกเหรียญในดาร์กเว็บ

แต่อีกประเด็นหนึ่งและน่าสนใจที่เพจนี้นำเสนอ เนื่องด้วยบุคคลเชี่ยวชาญด้านโลกออนไลน์ประเภทนี้ยังระบุอีกว่าก่อนหน้านี้ได้ติดตามก็พบว่าสาวรายนี้ได้ขอรับแมวมาเลี้ยงแล้วถึง 27 ตัว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ กับทางดีเจสาวรายนี้ เนื่องด้วยยังไม่พบหลักฐาน และประการสำคัญ คือ สาเหตุการเสียชีวิตของแมวน้อยแท้จริงมาจากอะไร

ทว่า ประเด็นสำคัญเลยที่ต้องย้อนกลับมาถาม คือ สังคมกำลังให้ค่ากับอะไร เพราะหากเป็นไปตามผู้เชี่ยวชาญโลกโซเชียลได้ระบุไว้ข้างต้น ถือว่าเป็นเรื่องให้น่าขบคิดอย่างใหญ่หลวง

เพราะเรื่องดังกล่าวกำลังสะท้อนไปสู่มุมอับที่อยู่ในเบื้องลึกจิตใจของมนุษย์ ซึ่งให้ค่ากับบางอย่างจนมองเลยข้ามบางสิ่งไป นั่นคือชีวิต แม้จะเป็นแค่สัตว์เดินสี่ขาขนานโลก

หรือมนุษย์กำลังหลงไปในโลกมายาของโซเชียล เพียงเพราะสามารถหารายได้โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงใช้ความสามารถ เพียงแค่อยู่บ้าน เปิดเน็ต เปิดกล้อง ก็หารายได้ได้แล้ว

คำตอบชีวิตของมนุษย์มีเพียงเท่านี้น่ะหรือ ซึ่งการทำงานอยู่บ้านแล้วได้ปัจจัย 5 มาครอบครองอย่างถูกต้องลักษณะวิสัย โดยไม่พรากเอาชีวิต หรือแลกมาด้วยเนื้อหนังมังสา

ก็บอกได้คำเดียวว่าเป็นเรื่องดียิ่งน่าชื่มชมยกย่องสรรเสริญ หากแต่เรื่องนี้พ่วงด้วยเรื่องราวสีเทา เมื่อโลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วละก็จำเป็นต้องใช้สติ ขันติ ให้มากเข้าไว้

หากความก้าวล้ำจนเปลี่ยนมนุษย์ กลายเป็นเพียงคน ก็น่าจะเห็นความวิบัติของสังคม เพราะนั่น คือ ความไร้ศีลธรรมจรรยา และคงไม่ต่างจากเดรัจฉาน

แม้เรื่องนี้จะยังไม่ได้คำตอบในทางกฎหมาย และต้องรอจนกว่าเรื่องราวเหล่านี้จะได้ข้อยุติ และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็นับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญให้น่าศึกษาค้นคว้า

ที่กำลังสะท้อนความคิดและชีวิตมนุษย์ที่เปลี่ยนไป หากให้คุณค่ากับเรื่องนี้อย่างไม่ถูกต้อง เพราะโลกโซเชียลมีเดียก็ไม่ต่างจากโลกความจริง เปรียบเสมือนเหรียญมีสองด้าน คือ ร้ายและดี

ดังนั้น อยู่ที่ว่าจะเลือกแบบไหน หากปล่อยให้โลกออนไลน์สนองความต้องการบางอย่าง โดยไร้การควบคุมจากจิตสำนึก เชื่อเลยว่าสังคมจากนี้คงวิบัติหนักกับโลกที่ไปแบบก้าวกระโดด