บ้านเป็นได้แค่ความฝัน

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 08:22 น.

บ้านเป็นได้แค่ความฝัน

ในระยะเวลาอันไม่ไกลจากนี้นัก สิ่งที่จะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นก็คือการที่คนรุ่นใหม่ไม่มีปัญญาที่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเอง

สัญญาณที่ปรากฏอย่างชัดเจนคือ ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของราคาที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ ปรับตัวสูงขึ้นถึง 105%

แรงผลักดันสำคัญมาจากการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค โดยเฉพาะรถไฟฟ้าหลากหลายเส้นทาง

สิ่งที่ตามมาก็คือราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น การก่อสร้างบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ในเขตเมือง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก นอกจากจะมีราคาแพงลิบลิ่ว

คอนโดมิเนียมกลายเป็นทางออก โดยผุดเป็นดอกเห็ดตามสถานีรถไฟฟ้า และราคาต่อตารางเมตรของโครงการคอนโดมิเนียมปรับตัวตลอดเวลา

ทิศทางของขนาดของห้องชุดก็เล็กลงเรื่อยๆ จนถึงระดับ 20 ตารางเมตรต้นๆ ขยับขยายซ้ายขวาก็ยากเข้าไปเต็มที

อีกไม่นานขนาดห้องชุดคงถึงจุดที่ลดลงไม่ได้อีก ใครอยากอยู่ห้องชุดก็ต้องอาศัยพื้นที่ห่างไกลเรื่อยๆ

สุดท้ายที่อยู่อาศัยต้องกลายเป็นการเช่า แทนที่จะเป็นเจ้าของ

และห้องเช่าที่เคยเช่าได้คนเดียวต่อห้อง หรือครอบครัวต่อห้อง ก็จะต้องเป็นการเช่าร่วมของแต่ละครอบครัว โดยเช่าได้เฉพาะห้องนอน แต่ห้องอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องพักผ่อน ต้องแชร์ร่วมกับครอบครัวอื่น

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เหมือนกับกำลังเดินตามมหานครต่างๆ ในโลกที่กำลังเจริญเติบโตเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐ ในจีน ในยุโรป

แต่ที่น่ากลัวมากไปว่านั้นก็คือ สภาพการเป็นคนไร้บ้าน ต้องอาศัยในที่สาธารณะ นอนในรถ ทั้งที่ไม่ใช่ผู้ที่ตกงาน หรือไม่มีงานทำ แต่เป็นผู้ที่มีงานทำ ทว่ารายได้ไม่พอเพียง

ตัวอย่างเกิดขึ้นแล้วทั่วโลก แม้ในมหานครใหญ่อย่างในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะเขตเบย์แอเรียซานฟรานซิสโก จากการที่มีกิจการไฮเทคเข้าไปลงทุน จนทำให้ค่าที่ดิน ค่าเช่าบ้านพุ่งสูงขึ้น จนคนทั่วไปเช่าไม่ไหว

พนักงานประจำหลังเลิกงานต้องกลับมานอนในรถ อาศัยห้องน้ำที่ทำงานหรือห้องสมุดเป็นที่อาบน้ำชำระร่างกาย

เมื่อปีที่ผ่านมามีผลสำรวจพบว่า 13% ประชากรไร้บ้านในเมืองซานฟรานซิสโก เป็นพนักงานประจำ แต่กลับไม่มีที่พักอาศัย

ต้นเหตุมาจากค่าเช่าและที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับอัตราเงินเดือนของพนักงานทั่วไปที่ยังคงหยุดนิ่ง ส่งผลทำให้แม้คนที่มีเงินเดือนแทบดำรงชีพอยู่ไม่ได้

เมืองขนาดใหญ่อื่นๆ อาทิ ลอสแองเจลิสเคาน์ตี ก็มีประชากรมากกว่า 5 หมื่นคน เป็นบุคคลไร้บ้าน

ภาวะการไร้บ้านทำให้เกิดโครงการต่างๆ มารองรับ อาทิ โครงการจอดปลอดภัย ในการจัดหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับชาวออฟฟิศไร้บ้าน สามารถจอดรถของตัวเองได้ตลอดทั้งคืน และอาศัยรถยนต์เป็นที่ซุกหัวนอน

สภาพความไร้บ้านเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากเมืองใหญ่ยังเป็นแหล่งรายได้ แหล่งจ้างงาน

อนาคตกำลังไล่ล่า อีกไม่นานเราจะได้เห็น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ