อิดหนาระอาใจ

  • วันที่ 30 ก.ค. 2561 เวลา 09:07 น.

โดย หงส์แดงถ้าพูดถึงข่าวการเมืองเวลานี้ ใครๆ ก็คงติดตามเรื่องการดูดอดีต สส.เข้ากลุ่มเข้าก๊วนเป็นหลักแน่นอน

แต่ส่วนตัวแล้ว ค่อนข้างเฉยๆ กับเรื่องนั้นนะ

อ่านข่าวนี้ทีไร แทบอยากจะเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวทุกที หรือเรียกง่ายๆ ว่า “อ้วก” ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนกันบ้างหรือเปล่า

โห...ลองคิดดู นึกว่าการเมืองไทยจะได้เกิดการปฏิรูป สุดท้ายก็ล่มปากอ่าวเหมือนเดิม มีแต่คนหน้าเดิมๆ ความคิดแบบเดิมๆ นิสัยเดิมๆ ทำการเมืองแบบเดิมๆ เหมือนเมื่อสมัย 20-30 ปีที่แล้วเห็นจะได้

การเมืองไทยยุคนี้แทนที่จะเอามันสมองและไอเดียเป็นที่ตั้ง กลับเอาเรื่องตัวเลขเป็นที่ตั้ง ทั้งเรื่องจำนวนเงิน จำนวน สส. ดีดลูกคิดกันว่า “เอ็งมาอยู่กับข้า ข้าให้เอ็งเท่านี้ เอ็งจะว่ายังไง”

ถ้าเป็นแบบนี้ไปอีก ผมก็คงกากบัตรช่องโหวตโนตามเดิม

ช่างมันเถอะ มาเข้าเรื่องที่อยากจะสื่อสารกับคุณผู้อ่านดีกว่า

อย่างที่บอกตอนแรก การเมืองไทยแบบนักเลือกตั้งมันไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่สำหรับผม แต่ส่วนตัวกลับให้ความสนใจกับการทำงานของ “สนช.” หรือ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” มากกว่า

ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สนช.มักยกตัวเองว่าสามารถทำกฎหมายได้หลายร้อยฉบับ และการทำงานนิติบัญญัติของ สนช.เป็นไปอย่างราบรื่นและสมศักดิ์ศรี ไม่มีภาพแห่งความขัดแย้งเหมือนกับสภาของนักการเมือง

อะไรเป็นอะไร เชื่อว่าประชาชนย่อมรู้ดี

ในแง่ของตัวเลขคงไม่มีใครเถียงได้ เพราะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่มีข้อสงสัย เพียงแต่ในแง่คุณภาพ ยังเป็นคำถามที่รอคำตอบอยู่

ด้วยความคันไม้คันมือ วันก่อนได้เข้าไปดูเว็บไซต์ของ สนช. (www.senate.go.th) พบว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่ถูกขยายเวลาการพิจารณามาแล้วหลายครั้ง ซึ่งกฎหมายที่ว่านั้นล้วนแต่เป็นกฎหมายที่นำไปสู่การปฏิรูปตามปรัชญาของ คสช. โดยจะขอยกตัวอย่างขึ้นมาสัก 4 ฉบับแล้วกัน

1.ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขยายเวลามาแล้ว 8 ครั้ง

2.ร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ ขยายเวลามาแล้ว 7 ครั้ง

3.ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ขยายเวลามาแล้ว 5 ครั้ง

4.ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ขยายเวลามาแล้ว 4 ครั้ง

กฎหมายกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มของการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความโปร่งใสและแก้ไขปัญหาการทุจริต

การขยายเวลาพิจารณากฎหมายของสภาย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่การขยายเวลาหลายครั้งและแต่ละครั้ง ก็ขอครั้งละ 60-90 วัน มันมากเกินไปหรือไม่ เพราะนั่นทำให้กฎหมายต้องช้าไปร่วมปี

เวลาที่เสียไป ไม่ต่างอะไรกับโอกาสที่คนไทยต้องเสียไปเช่นกัน

คนไทยควรได้กฎหมายภาษีที่ดินเพื่อได้รับความเท่าเทียม แต่กลับไม่ได้

คนไทยควรได้กฎหมายป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน แต่กลับไม่ได้

คนไทยได้ประโยชน์จากการบริหารงานรัฐวิสาหกิจที่โปร่งใส แต่กลับไม่ได้

นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว คนไทยยังเสียโอกาสและเวลาไปอีกมาก เวลาของคนไทยทั้งประเทศมีค่ามากกว่าเงินเดือนหลักแสนของผู้ทรงเกียรติในสภา

คงไม่มีอะไรจะบอกนอกจาก “อิดหนาระอาใจ” กับพวกท่านจริงๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ