
ช่วยกันหน่อย
เคยสังเกตหรือไม่ เวลาช่วงค่ำคืนในแต่ละวันบ้านเรือนและร้านค้าห้องแถว อาคารพาณิชย์ริมถนนแต่ละแห่ง
โดย แสงตะเกียง
เคยสังเกตหรือไม่ เวลาช่วงค่ำคืนในแต่ละวันบ้านเรือนและร้านค้าห้องแถว อาคารพาณิชย์ริมถนนแต่ละแห่ง มักทิ้งขยะกองซุมกันบริเวณหน้าบ้าน หน้าร้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นถุงขยะกองเล็กหรือกองใหญ่เรียงรายตลอดเส้นทาง นั่นคือภาพความน่าอับอายไร้ระเบียบ สกปรก ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารของสัตว์พาหะนำโรค และยังก่อให้เกิดปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน ส่งผลกระทบอีกหลายประการ เพียงเพราะข้ออ้างว่า หากไม่ทิ้งขยะริมถนนแล้วจะให้ไปทิ้งที่ไหน
ที่ผ่านมาปัญหากองขยะซุมกันอยู่ริมถนน ได้มีการหารือเพื่อพยายามแก้ไขในส่วนของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงออกเป็นโครงการ “ทิ้งเป็นที่ เก็บเป็นเวลา” ทว่าโครงการดังกล่าวไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เนื่องจากปัจจัยดังนี้ 1.ยังพบว่ามีการทิ้งขยะนอกจุดและนอกเวลาที่กำหนด
2.ประชาชนไม่ต้องการให้จุดทิ้งขยะในโครงการตั้งอยู่หน้าบ้าน ร้านค้า และสถานประกอบการของตนเอง 3.จุดทิ้งขยะไม่สะอาด ส่งกลิ่นเหม็น เนื่องจากประชาชนไม่นำขยะใส่ถุง หรือทิ้งขยะตามความสะดวก 4.ป้ายประชาสัมพันธ์ ชำรุดสูญหาย และถูกทำลาย ห้ามทิ้งขยะขนาดใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ปะปนกับขยะทั่วไป ทำให้รถเก็บขยะไม่สามารถเก็บได้ทันที
ทางสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. จึงใช้มาตรการป้องกันขยะที่กองรวมรอการจัดเก็บกระจัดกระจาย โดยออกแบบคอกกั้นขยะไว้ 2 ขนาด ได้แก่ 1.0x1.0x0.6 เมตร และขนาด 1.0x1.5x0.5 เมตร ซึ่งคอกกั้นทำจากเหล็กสีเขียวถือว่าเป็นจุดพักขยะ เพื่อรอเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดมาเก็บ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. “ทำจริง เห็นผลจริง” ในระยะ 100 วันนับจากวันประกาศนโยบายประจำปี 2561
ออกเป็นคำสั่งให้ 50 สำนักงานเขต กำหนดจุดทิ้งขยะบนถนนสายหลัก สายรอง ชุมชน และริมคลอง รวมทั้งติดป้ายแสดงรายละเอียด วัน เวลาทิ้งขยะ และเวลาเข้าจัดเก็บขยะ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการทิ้งขยะ
พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์และคิวอาร์โค้ด ระหว่างผู้บริหารขยะกับประชาชน สำหรับติดต่อสื่อสาร ประสานงาน และแก้ปัญหาการทิ้งขยะในจุดทิ้งขยะที่กำหนด
ดังนั้น ภาพที่ถูกแชร์ผ่านทางสังคมโซเชียลที่ระบุว่า คอกกั้นทิ้งขยะเป็นมลภาวะทางสายตานั้น ดูจะอคติมากไปสักหน่อย เพราะคอกกั้นขยะนี้เป็นมาตรการเพิ่มความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น แต่ต้องมีขนาดกว้างพอเพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินของประชาชนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม มาตรการนำคอกกั้นกรงเหล็กรองรับขยะนั้นทั้ง 50 เขต จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 1 พ.ค.นี้ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ ในกรณีที่นำขยะมาพักรอเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดเก็บ เพราะที่ผ่านมาการตีเส้นและตีกรอบไม่เพียงพอ ทั้งยังสร้างความสกปรก ฉะนั้นการทำกรงเหล็กล้อมขยะจึงเป็นเจตนาที่ดีที่จะจัดระเบียบการทิ้งขยะของประชาชนไม่ให้กองซุมน้อย-ใหญ่ตลอดแนวริมถนน ซึ่งถือว่าเป็นมลภาวะทางสายตาที่แย่กว่าเสียอีก
กระนั้นถ้ามองให้ดี จะพบว่าปัญหากองขยะแท้จริงแล้วไม่ควรเกิดขึ้น ถ้าหากประชาชนทุกคนที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร มีวินัย ทิ้งขยะให้ถูกที่ ถูกเวลา และช่วยกันคัดแยกขยะเปียก ขยะแห้ง รวมถึงขยะที่ยังสามารถนำไปขายเป็นของเก่าหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ตั้งแต่ในครัวเรือนของตนเอง ภาพขยะกองซุมจะไม่เกิดขึ้น
คงหนีไม่พ้นการหันกลับมามองตัวเองว่าเรามีวินัย มีความรับผิดชอบ และรู้สึกละอายใจเมื่อทำผิดต่อสังคมส่วนรวมมากน้อยเพียงใด เพราะกรุงเทพฯ จะเป็นเมืองฟ้าอมรที่สะอาดได้ ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนที่ต้องร่วมด้วยช่วยกัน







