posttoday
ต้นบัญญัติเงินดิจิทัล

ต้นบัญญัติเงินดิจิทัล

31 มกราคม 2561

การประกาศขายเงินดิจิทัลในเมืองไทย กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตาม

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

การประกาศขายเงินดิจิทัลในเมืองไทย กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตาม

จะออกมารูปแบบใด จะขายได้ ขายไม่ได้ และจะคุมกันอีท่าไหน

หลายบริษัทกำลังตั้งท่าจะขายเงินดิจิทัล เพราะแทบไม่ต้องลงทุนอะไร ไม่ต้องรับผิดชอบ เพียงแต่ให้คนซื้อมีความโลภ อยากรวยเร็ว แค่นั้นเป็นพอ

แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ หากเปิดให้ซื้อ-ขายแบบเสรี มีหวังแมลงเม่าฝูงใหญ่เข้ากองไฟ ไม่เหลือแม้แต่ซาก

หลายหน่วยงานภาครัฐ ยังเหมือนงงๆ บางแห่งก็บอกมีอำนาจคุมเงินดิจิทัลได้ บางแห่งก็บอกคุมไม่ได้

แต่ที่ยืนยันว่า ต้องควบคุมคือกระทรวงการคลัง โดยระบุชัด การขายเงินดิจิทัลอาจจะเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวออกมาในช่วงปี 2527 ขณะนั้นเกิดธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ระดมเงินมหาศาลจากบรรดาแมลงเม่าทั้งหลายให้ไปเล่นแชร์ และสุดท้ายกลายเป็นว่า เมื่อแชร์ล้มชาวบ้านก็หมดตัวเป็นทิวแถว

ไม่น่าเชื่อว่าในเวลาถัดมาอีก 30 ปีเศษ พ.ร.ก.ฉบับนี้อาจถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อควบคุมการขายเงินดิจิทัล ที่ราวกับเป็นแชร์ชม้อยยุคใหม่

เนื้อหาใจความของกฎหมายก็คือ ผู้ใดอยู่ในประเทศไทย โฆษณาหรือประกาศเชิญชวนให้ลงทุนใดๆ ที่มีพฤติกรรมจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูง โดยไม่มีกิจการใดที่ถูกต้องตามกฎหมายรองรับ อาจมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายนี้

การกู้ยืมเงิน ยังหมายถึงการรับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ อื่นใด ไม่ว่าในลักษณะของการรับฝาก การกู้ การยืม การจำหน่ายบัตรหรือสิ่งอื่นใด การรับเข้าเป็นสมาชิก การรับเข้าร่วมลงทุน การรับเข้าร่วมกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือในลักษณะอื่นใด โดยมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน หรือตกลงว่าจะจ่ายก็ได้

เรียกว่าครอบจักรวาล อย่างกับรายการหม่อมถนัดศรีฯ

ความผิดตามกฎหมายนี้ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสน-1 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน

นั่นเป็นภาพของเสือที่เขียนออกมาแล้ว แต่วัวจะกลัวหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม จะกลัวหรือไม่ก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ ถ้ามีการขายเงินดิจิทัลขึ้นมาจริงๆ และเมื่อมีการประกาศชัดเจนถึงกฎหมายที่อาจจะเอาผิดได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย จะนิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

คดีขายข้าวจีทูจี กลายเป็นบรรทัดฐาน ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐรู้ว่ามีการ กระทำผิด แล้วเพิกเฉยจะมีความผิดทางอาญาสถานเดียว

หน่วยงานหลักที่รับภาระก็คือ กรมสืบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นคดีพิเศษตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ

สรุปรวมความก็คือ กฎหมายก็มีแล้ว หน่วยงานที่จะดำเนินการก็มี พร้อมเกือบครบทุกองค์ประกอบ

เหลือแต่ใครจะกล้าหาญชาญชัย เสนอตัวเป็นต้นบัญญัติ

ตั้งตารอดู ใครหนอจะใจถึงบ้าง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย