
เร่งควบคุมมลพิษ
กรุงเทพมหานคร (กทม.) เผชิญกับสภาพอากาศเป็นมลพิษสะสมในเมืองเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
โดย...แสงตะเกียง
กรุงเทพมหานคร (กทม.) เผชิญกับสภาพอากาศเป็นมลพิษสะสมในเมืองเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยมีสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีปริมาณสูงผิดปกติ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศของ กทม. เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2561 มีแหล่งกำเนิดหลักจากการเผาไหม้ของรถเครื่องยนต์ดีเซล การเผาในที่โล่ง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย เนื่องจากฝุ่นละอองสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนลึกสุดได้ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและอักเสบในระบบทางเดินหายใจ
ทำให้ประชาชนกำลังเจ็บป่วยจากมลพิษทางอากาศเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี สะท้อนได้จากข้อมูลศูนย์บริการสาธารณสุข กทม.พบว่า พื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้ป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจกว่า 2.3 แสนคน เพราะต้องดำรงชีวิตอยู่กับสภาพการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ ได้แก่ เขตดินแดง ลาดพร้าว ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท และปทุมวัน ส่วนใหญ่เกิดจากการจราจรที่หนาแน่น ขณะที่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ มลพิษเกิดขึ้นเป็นบางช่วงและเกิดจากการเผาวัสดุทางการเกษตรในที่โล่ง
แม้ว่า กทม.จะประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคระบบทางเดินหายใจ หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด ขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ภายนอกอาคารบริเวณถนนที่มีมลพิษสูงเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการขับรถเข้าไปในเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นติดขัด
เท่านั้นยังไม่พอ เพราะที่ประชุมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ท้วงติงให้สำนักสิ่งแวดล้อม เร่งดำเนินการแก้ไขมลพิษทางอากาศโดยด่วนและเป็นขั้นตอน ดังนี้ 1.ล้างถนนและบริเวณทางเท้า 2.ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง 3.กำหนดให้รถบรรทุก รถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ต้องมีล้างล้อรถให้สะอาด เพื่อป้องกันการนำฝุ่นหรือดินบนท้องถนน
4.ควบคุมวัสดุก่อสร้างและสิ่งอื่นบนทางเท้า 5.ร่วมกับตำรวจจราจรในการตั้งด่านตรวจรถควันดำไม่ให้เข้าพื้นที่ 5.ป้องกันการเผาในพื้นที่โล่ง โดยเฉพาะบริเวณชานเมืองมักเกิดเหตุไฟไหม้หญ้าเป็นประจำ 6.มาตรการป้องกันผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า แต่ปีที่ผ่านมา กทม.ไม่ได้ดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือสั่งการไปยังสำนักงานเขตให้ดำเนินการเกี่ยวกับการลดภาวะฝุ่นละออง
เรื่องนี้ จักกพันธ์ุ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ออกมายอมรับว่า ในช่วงหลังเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งการมากเพียงพอ ดังนั้นได้กำชับให้แต่ละสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ลงพื้นที่ล้างทำความสะอาดถนนมากขึ้น ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปจนถึงจัดการจราจรเข้มงวดการตรวจจับและห้ามใช้รถควันดำ พร้อมทั้งเดินหน้ารณรงค์และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมืองให้มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการสัญจรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากนั้นรายงานผลการดำเนินงานกลับมาด้วย
ขณะเดียวกัน สำนักสิ่งแวดล้อม ต้องประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจทางบกและกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เพื่อดำเนินการ พ.ร.บ.จราจร 2522 และ พ.ร.บ.ขนส่งทางบก รวมถึงประสานงานกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและฝ่ายเทศกิจของแต่ละเขตให้ร่วมกันกำหนดวันตรวจควันดำ ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาภาวะมลพิษทางอากาศ ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่อย่างแท้จริง n







