
ประกันสังคมอย่าเบี้ยว
เป็นเรื่องที่บรรดาคนส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมต้องหันมาดูกันแล้ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องที่บรรดาคนส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมต้องหันมาดูกันแล้ว
เรื่องของเรื่องเกิดจากเมื่อมีความพยายามจะเลื่อนการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพออกไปจากเดิมที่ได้อายุ 55 ปี ก็เลื่อนเป็น 60 ปี
นี่แหละ มันจะเป็นเรื่อง
เหตุผลที่เลื่อนการจ่ายเงินบำเหน็จไม่มีอะไรมากเสียกว่ากองทุนประกันสังคมทำท่าจะไม่มีเงินจ่ายในอนาคตกาล
เหตุที่ไม่มีจ่าย มาจากสารพัดเหตุผล บางเรื่องก็เป็นปัญหาการบริหารจัดการ บางเรื่องเกิดจากนโยบายรัฐที่ให้ลดหรือหยุดการจ่ายประกันสังคมในส่วนชราภาพ
สรุปง่ายๆ ก็คือที่เคยคิดเอาไว้ มันผิดพลาด
แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือถ้าต้องจ่ายบำนาญทุกรายเมื่ออายุ 55 ปี พอถึง ในปี 2587 หรืออีก 26 ปีข้างหน้า กองทุนชราภาพจะอยู่ในภาวะติดลบ กลายเป็นภาระหนักหนาสาหัส
ดังนั้นจึงมีความพยายามยืดเวลากองทุนชราภาพ โดยทั้งการยืดอายุการจ่ายเงิน เพิ่มวงเงินที่จ่าย และอีกสารพัดมาตรการเพื่อทำให้กองทุนชราภาพยืดเวลาออกไปให้ได้มากที่สุด
แต่วิธีเช่นนี้มันไม่เป็นธรรม
เพราะรัฐบาลตั้งแต่อดีตเคยสัญญามาแล้วว่า ถ้าจ่ายเงินเข้ากองทุนในระยะเวลาที่กำหนด เมื่ออายุครบ 55 ปี ก็ได้บำนาญเลี้ยงตัวไป
เงินที่แต่ละรายจะได้ไม่มากไม่มาย เดือนละ 4,000 บาทเศษเท่านั้น
และผู้ที่น่าเห็นใจสุดก็คือบรรดาลูกจ้างที่ใช้แรงงาน ที่เงินเดือน ไม่ได้มากมาย ถูกหักเงินมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคือในปี 2542
กินแต่ละเดือนก็ยังไม่พอ ก็ถูกหักเงินโดยหวังจะได้ใช้เมื่อถึงกำหนด
ยิ่งเฉพาะพนักงานที่ใช้แรงงาน ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม โรงงานที่มีสารเคมี ต้นทุนร่างกายจะแตกต่างจากพนักงานอื่นๆ โดยเมื่ออายุมากขึ้น กำลังกายก็ลดลง การเลือกรับบำนาญอายุ 55 ปี จึงพอเป็นหลักประกันได้ว่าจะมีเงินบางส่วนใช้จ่าย
นอกจากนั้น สิ่งที่น่าคิดก็คือถ้ากองทุนชราภาพทำท่าจะไม่ไหวอีก จะมี การยืดระยะเวลาเป็นไปรับเงินตอน 65 ปีอีกไหม
เหมือนกับในอนาคต คนที่จะเกษียณอายุอาจต้องยืดเวลาไปเป็น 65 ปี จาก 60 ปี จากสภาพปัญหาการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ไม่มีแรงงานทำงาน ไม่มีคนเสียภาษีมากพอ
ทางที่ถูกสำหรับกองทุนชราภาพ ก็คือต้องเปิดให้มีการเลือกโดยสมัครใจ จะเลือกรับเงินตอนอายุ 55 ปี หรือ 60 ปีก็ได้
หรือไม่เช่นนั้นก็เปิดให้แรงงาน พนักงานที่ลาออกจากงาน หรือจะเกษียณอายุ เป็นผู้ได้รับบำนาญตั้งแต่อายุ 55 ปี เป็นต้นไป ใครที่ยังทำงาน หรือยังประกันตนก็ยังไม่ได้รับเงินจนถึงอายุ 60 ปี
วิธีการเช่นนี้จะเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงาน หรือ ผู้มีรายได้น้อย ที่หมดแรง ต้องการเกษียณอายุ กลับไปอยู่บ้านนอก หรือทำมาค้าขายเล็กๆ น้อยๆ จะได้มีเงินบางส่วนซื้อข้าวกิน
ไม่ใช่หมดแรง ออกจากงานแล้ว เงินที่จ่ายมาหลายสิบปี กลายเป็นอากาศธาตุ ไม่ได้อะไรเลย
อย่าเบี้ยว อย่าบูด อย่าทำกับคนที่อ่อนแอกว่าทางสังคม
ผลกรรมที่จะตามมามันรุนแรงนะจะบอกให้







