อย่าช้านาน

  • วันที่ 22 ม.ค. 2561 เวลา 10:05 น.

โดย...ทองพระราม

ถ้าเปรียบได้ดั่งนักกีฬาอาชีพคงไม่มีใครท็อปฟอร์มไปกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับประเด็นนาฬิกาหรูแสนแพงเจ้าปัญหา

ที่คอยตามหลอกหลอนตั้งแต่ช่วงปีเก่าที่ผ่านมาจนกระทั่งปีจอ 2561 ต่อความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ว่าสรุปแล้วแท้จริงเป็นประการใด ท่ามกลางกระแสสังคมคอยจับตา

โดยเจ้านาฬิกาแต่ละเรือนกูรูหลายท่านออกมาการันตีสนนราคาไม่ต่ำกว่า 7 หลัก แถมยังพบว่าอยู่ในการครอบครองของท่านประวิตร จำนวนกว่า 20 เรือน น่าจะได้

แม้เรื่องดังกล่าวเจ้าตัวได้ออกมายืนยันต่อสังคมแบบเสียงดังฟังชัด ทั้งหมดที่เห็นในข้อมือ "ยืมเพื่อนมา" แต่มิวายถูกตั้งข้อสังเกต ไฉนเลยข้อมือถึงได้เท่ากับ พล.อ.ประวิตร ทุกประการ

จนเป็นที่มาให้นักตรวจสอบหลายท่านต่างตบเท้าเข้าคิวจี้ให้ หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้สังคมได้ คลายข้อกังขาสงสัย ว่าการครอบครองนั้นถูกต้องตามครรลองกฎหมายหรือไม่

เพราะด้วยสัญญาประชาคมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ประกาศจุดยืนตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ารับหน้าที่บริหารประเทศ

ว่าจะจัดการปัญหาอันไม่โปร่งใสอย่างตรงไปตรงมาหลังจากหมักหมมซุกซ่อนอยู่ใต้พรมเป็นเวลาช้านาน โดยไม่ปกป้องใครหน้าไหนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพวกเดียวกันหรือไม่

หน่วยงานทำหน้าที่ดังกล่าวคงจะเป็นใครไม่ได้นอกเสียจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการขยายผลเรื่องนี้ไปสู่ความจริง

หากถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงอยู่ในความสนใจผู้คนนัก คงตอบเสียงดังๆ เพราะท่าน คือ รองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญในการบริหารประเทศ

จึงเป็นคำตอบที่พอบอกให้เข้าใจได้ว่า หากมีเรื่องลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ว่ากับรัฐบาลชุดไหน ย่อมได้รับความสนใจด้วยกันทั้งสิ้น แม้ผลของเรื่องดังกล่าวจะออกมาทิศทางใด

สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์นายกฯ ซึ่งคอยย้ำเสมอว่าทุกอย่างต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ เมื่อเป็นประการฉะนี้เห็นที ป.ป.ช.ไม่ควรรีรอให้เนิ่นนานเกินไป เพราะประเด็นนี้อยู่ในความสนใจของสังคม

หากมัวช้าและดูเหมือนไม่คืบหน้า ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดทบทวนให้ตระหนักอย่างถี่ถ้วน เพราะเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจับจ้องโดยเฉพาะการทำงาน

แม้เข้าใจได้ว่าจะทำเรื่องดังกล่าวให้รวดเร็วแบบกะพริบตา ก็ไม่ส่งผลดีต่อผู้ถูกกล่าวหา จะกลายเป็นรวบรัดตัดตอนขอผ่านไปที ก็ส่งผลเสียให้กับ ป.ป.ช.ได้เช่นกัน

ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วแต่เป็นกำลังใจให้ ป.ป.ช.ทำงานผ่านข้ามอุปสรรครวมถึงแรงกดดันที่รายล้อมตัว เพื่อสร้างบรรทัดฐานอันงดงาม ควรค่า และแบบที่เป็น

ส่วน พล.อ.ประวิตร เองก็ไม่ต้องกระฟัดกระเฟียด โมโห จนเกินไป เพราะถือเป็นเรื่องธรรมดาเนื่องด้วยท่านเป็นบุคคลสาธารณะ แถมมีตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมือง

จึงไม่แปลกหากมีการร้องเรียนให้หน่วยงานตรวจสอบ เพราะอย่างน้อยจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้เป็นอย่างที่มีการกล่าวอ้างกัน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ