posttoday
นิสัยไทยๆ

นิสัยไทยๆ

19 มกราคม 2561

อันดับจราจรประเทศไหนที่ถนนอันตรายที่สุด คงหนีไม่พ้นประเทศไก็ทย

โดย...นาย ป.

อันดับจราจรประเทศไหนรถติดที่สุดในโลกต้องบอกเหมือนกันว่า กรุงเทพมหานคร และถ้าจัดอันดับถนนอันตรายที่สุดคงหนีไม่พ้นประเทศไทยอีกเช่นกัน

ไม่ใช่เพราะไทยล้าหลังเรื่องการก่อสร้างถนน ปัจจุบันแทบจะไม่มีถนนลูกรังทุรกันดาร ถนนลาดยาง หรือคอนกรีตเต็มไปหมด แต่สิ่งที่ทำให้ถนนประเทศไทยอันตราย คือ นิสัยการขับขี่ต่างหาก

ลองถามตัวเองดูก็ได้ว่าขับรถบนท้องถนนในบ้านเรามีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายพอๆ กัน ถ้าไม่ไปชนเขา เขาก็มาชนเรา มักเป็นคำบ่นที่คนไทยนิยมชอบพูดกัน

พิจารณาจากข้อมูลการวิจัยต่างประเทศ ถึงขนาดยกประเทศไทยมีคนตายบนถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยเหตุ 3 เรื่องที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ คือ พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด และความปลอดภัยของถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน

ข้อมูลทางการยิ่งเห็นชัด โดยกรมการขนส่งฯ ให้ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉลี่ยวันละ 25 คน หรือมีการตายเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 คน ในแต่ละปีนั้น

ความสูญเสียทำให้มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนถึง 2.3 แสนล้านบาท/ปีเลยทีเดียว และถูกจัดเป็นประเทศที่มีอัตราการตายที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 6 ของโลก

จากสถิติทั้งหมด 200 ประเทศ ยิ่งขาซิ่งไทยบิ๊กไบค์ หรือเด็กแว้น ต้องยกให้เป็นประเทศไทยที่แย่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1.1 หมื่นคน ส่วนใหญ่ผู้ตายทั้งหมดบน ท้องถนนนั้น 70% ไม่สวมหมวกนิรภัย นิสัยที่คนไทยนิยมกัน

จึงพอสรุปได้ว่า "ผู้ขับขี่ยานยนต์" ในเมืองไทยต่างหากที่ อันตรายที่สุดในโลก ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างรุนแรง อยากขับขี่อย่างไรก็ทำตามใจ ขับขี่ย้อนศร ปาด เบียด ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร จอดในที่ห้าม ฯลฯ

"แป๊บเดียวไม่เป็นไร หรือไม่ก็ถนนมันโล่ง" พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคนจำนวนมากใช้สิทธิเสรีภาพโดยปราศจากความรับผิดชอบ ไม่คำนึงถึงกฎหมายและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมส่วนรวม อันเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยที่การใช้สิทธิเสรีภาพต้องไม่ละเมิดกฎหมาย ไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น

เวลามีปัญหา กฎหมายและเจ้าหน้าที่จะถูกตำหนิทันทีว่ากฎหมายไม่เข้มข้น เจ้าหน้าที่หย่อนยาน หรือไม่ก็เลือกปฏิบัติ คันนั้นทำไมไม่จับ มาจับแต่ฉัน ไม่มีใครตำหนิ "ตัวเอง" ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลย ทั้งๆ ที่สิ่งที่ทำนั้นมันฝ่าฝืนกฎหมายชัดแจ้ง ตำหนิคนอื่นก่อนเสมอ

ส่วนตัวผมใช้เรื่องนี้เป็นตัวชี้วัดพัฒนาการของประชาธิปไตย เพราะถ้า "คน" ยังคงเห็นแก่ตัวมากมายอย่างนี้ การพัฒนาความคิดเกี่ยวกับการคิดและทำสิ่งต่างๆ เพื่อส่วนรวมจึงทำได้ยากมาก

คนส่วนใหญ่สาละวนกับ "เรื่องของฉัน" มากกว่า "เรื่องของส่วนรวม" และ "ตัวฉัน" ต้องมาก่อนเสมอ การสร้างคนให้มีจิตสำนึกรับ ผิดชอบต่อสังคมในยุค Disruptive Technology นี้ยิ่งยาก เพราะใน ยุคนี้ "ฉัน" เป็นศูนย์กลาง "ฉัน" เป็นคนตัดสินทุกอย่างจากสิ่งที่เห็นหรือได้ยินต่อๆ กันมา

... ผู้คนไร้ซึ่งความลุ่มลึกและรอบด้านในการพินิจพิเคราะห์เรื่องต่างๆ ทำยังไงกันดี?

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย