posttoday
หลักสูตรเถื่อน

หลักสูตรเถื่อน

18 มกราคม 2561

หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกมาระบุรายชื่อ 182 หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา

โดย...กาคาบข่าว

หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกมาระบุรายชื่อ 182 หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน สกอ. หรือไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรจากผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน ซึ่งมหาวิทยาลัยนั้นๆ จะต้องรายงานผลการประเมินดังกล่าวเป็นประจำทุกปีเพื่อเผยแพร่ผลต่อสาธารณชนให้ระวังหลักสูตรเหล่านี้

ระบบการประกันคุณภาพที่ว่านี้ เข้าไปกำกับดูแลเรื่องหลักๆ คือ เรื่องจำนวนและคุณสมบัติอาจารย์ผู้สอน การบริหารจัดการหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐาน

กรณีที่กล่าวมาไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นปัญหาเรื้อรังมาอย่างยาวนาน

ก่อนอื่นย้อนทำความเข้าใจก่อนว่า โดยปกติแล้วมหาวิทยาลัยทุกแห่งไม่ว่าจะอยู่ในกำกับของรัฐหรือของเอกชน ต่างมี พ.ร.บ.เป็นของ ตัวเอง หรือกล่าวง่ายๆ ว่ามีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการตัวเอง ตามหลักคิดที่เชื่อมั่นว่าสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งมีธรรมาภิบาลเป็นต้นทุน เมื่อมีเกณฑ์มาตรฐานแล้ว ทุกแห่งจะนำไปปฏิบัติเหมือนๆ กัน

ทว่าโดยผลลัพธ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อพบว่าหากมีมหาวิทยาลัยใดไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ ไม่มีอำนาจจากหน่วยงานไหน นอกจากระบบบริหารภายในของแต่ละแห่งเองเข้าไปจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น แม้แต่กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ เพราะไม่มีบทลงโทษที่กฎหมายให้อำนาจไว้

ที่ผ่านมา สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เคยออกมาบอกว่า ปัญหาในสถาบันอุดมศึกษาที่พบมาก คือ เรื่องของผู้สอนที่ไม่มีคุณสมบัติตรวจวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา หากไม่มีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าว สกอ.ก็ไม่สามารถทราบเรื่องได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละแห่งบ้าง

สกอ.นั้นมีข้อจำกัดเรื่องกำลังคนและอำนาจในการลงโทษคณะวิชาที่เป็นแกะดำของสังคม ขณะที่แต่ละปีมีนักศึกษาทุกชั้นปีในสถาบันต่างๆ ทั้งหมดรวมกันประมาณกว่า 2 ล้านคน มีมหาวิทยาลัย 155 แห่ง แต่ สกอ.มีอำนาจเพียงตักเตือน และประกาศไม่รับรองหลักสูตรเท่านั้น

นอกจากนี้ ปัญหาหลักสูตรไม่มีคุณภาพ มักจะเกิดขึ้นเพราะความจงใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แม้สภามหาวิทยาลัยทุกแห่งมีอำนาจในการเปิดหลักสูตร แต่บางแห่งแจ้งให้ สกอ.เข้าไปตรวจสอบว่าหลักสูตรทำตามเกณฑ์ แต่กลับปฏิบัติตามเกณฑ์เฉพาะตอนขอเปิดหลักสูตร เมื่อเปิดสอนจริงอาจจะมีการแอบเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด กรณีนี้สภามหาวิทยาลัยเองก็อาจจะไม่ทราบว่าเกิดขึ้น เพราะไม่เคยเปิดดูรายละเอียดของคณะวิชาที่ขอเปิดเลย

ขณะเดียวกัน แรงจูงใจที่ทำให้หลายคณะวิชาอยากเปิดหลักสูตร ก็คือระบบที่ออกแบบกันมานั้นกำหนดว่าให้เงินค่าลงทะเบียนเรียน 80% ตกเป็นของคณะ หากคณะนั้นๆ ทำเงินได้ 100 ล้านบาท จะมีเงินเพียง 20% เท่านั้นที่มอบให้ส่วนกลาง เพราะถือว่าคณะเป็นผู้หาเงินเอง รายได้ของมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องส่งคืนคลัง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้เกิดการรวมตัวเพื่อเปิดคณะวิชาเพื่อหาเงิน โดยไม่สนใจคุณภาพ

ที่แย่กว่านั้น คือ เกณฑ์มาตรฐานของ สกอ.ที่เข้ามากำกับเรื่องนี้ ไม่ใช่เกณฑ์สุดโหด ผ่านยาก เป็นเพียงเกณฑ์ที่ค่อนข้างพื้นๆ ที่มหาวิทยาลัยที่ใส่ใจในการกำกับดูแลหรือระมัดระวังเรื่องคุณภาพมากกว่าต้องการเพียงปริมาณนักศึกษาสอบผ่านได้อย่างสบาย

และสุดท้าย ผู้รับเคราะห์คือบรรดานักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนโดยหลงเชื่อคำโฆษณาจูงใจของคณะวิชานั้นๆ ที่สุดก็ต้องเคว้งคว้าง เสียทั้งเวลาและเงินทอง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย