
ทุกๆ วัน คือวันเด็ก
วันเด็กใกล้เวียนมาถึงอีกรอบ และกล่าวได้ว่า เป็นวันที่ไม่น่าแปลกใจ เลย หากถามเด็กๆ ทั้งหลายว่า อยากได้อะไร
โดย...มะกะโรนี
วันเด็กใกล้เวียนมาถึงอีกรอบ และกล่าวได้ว่า เป็นวันที่ไม่น่าแปลกใจ เลย หากถามเด็กๆ ทั้งหลายว่า อยากได้อะไร สิ่งที่ได้ยินนอกจากสารพัดของขวัญเจ๋งๆ จากผู้ใหญ่แล้วก็คือ แทบทุกคนอยากให้ทุกวันเป็นวันเด็ก
ที่เป็นเช่นนั้น เพราะวันเด็กเป็นวันที่พวกเขาได้รับสิ่งของ ความห่วงใย ใส่ใจจากผู้หลักผู้ใหญ่จากทุกหนแห่ง และบางกรณีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากในวันอื่นๆ แต่ปัญหาของเด็ก ไม่อาจจะขจัดออกไปได้ด้วยการยึดความต้องการของเด็กเป็นศูนย์กลางโดยขาดการกลั่นกรองหรือใส่ใจความเหมาะสมจากผู้ใหญ่ที่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องนี้อย่างแท้จริง
ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้เด็กๆ จำนวนมากมีโลกส่วนตัวที่พร้อมบรรณาการทุกสิ่งที่ต้องการอยู่ในโลกออนไลน์ซึ่งพวกเขาสามารถเข้าถึงได้ด้วยสมาร์ทโฟน
เด็กหลายคนจึงตกอยู่ในสภาพเอาชีวิตไปผูกติดกับสังคมออนไลน์งอมแงม กระทั่งกล่าวได้ว่า ปล่อยให้เฟซบุ๊กเข้ามากำหนดอารมณ์ความรู้สึก หรือกระทั่งชีวิตจิตใจเลยทีเดียว แน่นอนว่า สังคมออนไลน์นั้นมีทั้งด้านบวกและลบ แต่จะมีเด็กสักกี่คนที่อยู่กับสังคมนี้โดยมีผู้ปกครองให้คำแนะนำที่เหมาะสม ไม่ห้ามจนตึงเกินไป หรือปล่อยปละละเลยเกินไป
หลายปีที่ผ่านมาเด็กยุคใหม่ยังคงอยู่กับปัญหาที่เราต่างเคยได้ยินกันมาแล้ว ทั้งด้านสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ
เด็กยุคใหม่ยังคงมีภาวะอ้วนเพราะทุกวันยังอยู่กับอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีแป้ง น้ำตาล ไขมันสูง เพราะเป็นอาหารที่ผู้ปกครองซึ่งไม่ค่อยมีเวลาสะดวกในการจัดหามาให้ และนอกห้องเรียนส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับกิจกรรมที่แทบจะไม่ได้ออกกำลัง ผู้ใหญ่หลายคนก็หลงลืมไปแล้วว่า การเล่นกีฬาไม่ได้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังทำให้รู้จักแพ้-ชนะ รู้จักการให้อภัย รู้จักการขอโทษ ทักษะที่เกิดขึ้นล้วนแต่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย
ขณะเดียวกัน หลายปัญหาก็ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาอย่างใส่ใจนัก โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคสมาธิสั้น ที่เป็นผลพวงจากการเล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต ดูทีวีมากเกินไป จนถึงทุกวันนี้ พ่อแม่จำนวนมากยังเข้าใจผิดคิดว่า ลูกที่ดูจอสี่เหลี่ยมได้นานเป็นชั่วโมง เพราะมีสมาธิดี ทั้งๆ ที่เรื่องของสมาธินั้น วัดกันที่การอ่านหนังสือ หรือทำอะไรจดจ่อเรื่องเดียวโดยไม่ต้องอาศัยสิ่งเร้าจากภาพ เสียงได้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
ใครยืนยันได้บ้างว่า สถานการณ์เรื่องเด็กให้คุณค่ากับวัตถุนิยมมากเกินไปได้ถูกขัดเกลาลงแล้ว เพราะต่างทราบดีว่า โฆษณาที่แฝงอยู่ในโลกไซเบอร์ นอกจากไม่ได้ลดลงแล้ว ยังมีกลไกที่แยบยลขึ้นทุกๆ ทีอีกด้วย ค่านิยมไม่พอใจในตนเอง มองคนที่เปลือกนอก อยากสวย อยากหล่อ มีผิวขาว โดยไม่สนใจวิธีที่จะได้สิ่งที่ต้องการ ซ้ายหันขวาหันตามแฟชั่น วงการความงามเองก็ไม่เหนียมอายที่จะกระตุ้นยอดขายหรือบริการจากผู้บริโภควัยกระเตาะ
ที่กล่าวมา ยังไม่นับรวมถึงการเข้าถึงสื่อลามกที่ไม่ว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง จะพยายามปิดกั้นอย่างไรก็ไม่มีวันสำเร็จ และร้ายกว่านั้นคือ เยาวชนจำนวนหนึ่งกลายเป็นผู้ที่สามารถผลิตสื่อลามกได้จากอุปกรณ์ของตัวเองเผยแพร่ในกลุ่มที่ผู้ใหญ่ยากจะเข้าถึง
จนถึงทุกวันนี้มีใครบอกได้บ้างว่า มีนวัตกรรมใดของผู้ใหญ่ที่ช่วย ดึงเด็กๆ จากความหมกมุ่น สร้างภูมิคุ้มกันในสิ่งที่กล่าวมาบ้าง
ใช่แล้ว ทุกๆ วันควรจะเป็นวันเด็ก เพราะต้องเป็นวันที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายหันมาสนใจปัญหาของเด็กๆ อย่างลึกซึ้งละเอียดอ่อน เท่าทันปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นทุกวันเสียที







