
นโยบายพลังงานเป๋ๆ แปลกๆ
อังคารที่ผ่านมา จู่ๆ ก็มีข่าวการเสนอนโยบายพลังงานเข้า ครม. โดยให้ลดบทบาทของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย
อังคารที่ผ่านมา จู่ๆ ก็มีข่าวการเสนอนโยบายพลังงานเข้า ครม. โดยให้ลดบทบาทของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. พร้อมกับเปิดให้เอกชนมาแข่งขัน
ในหลักการที่ให้เอกชนแข่งขันคงไม่ผิด แต่วิธีการต้องระมัดระวังอย่างมาก
เพราะสิ่งที่เสนอเข้า ครม. ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ การกำหนดให้ประเทศนี้ต้องผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซโดยภาคเอกชนเท่านั้น
เริ่มจากข้อแรกให้ กฟผ.หยุดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
ผลที่ตามมาก็คือการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพ แสงอาทิตย์ ลม จะเกิดขึ้นไม่ได้อีก เพราะไม่มีผู้รับซื้อไฟฟ้า
ไฟฟ้าจึงจะผลิตได้จากก๊าซ ถ่านหิน นิวเคลียร์ น้ำมันเตา
ถ่านหิน นิวเคลียร์เลิกคิด น้ำมันเตาแพงไป สรุปแล้วก็เหลือก๊าซโดดๆ
ถัดมาข้อที่ 2 ระงับโครงการไฟฟ้าชีวมวลและแสงอาทิตย์ของ กฟผ.
ข้อเสนอนี้ส่งผลเหมือนข้อแรกโดยตัด กฟผ.ออกจากวงจรไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนด้วย
ข้อ 3 แยกกิจการสายส่งออกจาก กฟผ. และในส่วนการผลิตไฟฟ้าส่งเสริมให้เอกชนผลิตแทน
ไม่ต้องอธิบายก็แปลได้ตรงตัวแล้วว่า การผลิตไฟฟ้าในอนาคตให้เน้นเฉพาะเอกชน
ข้อ 4 เปิดเสรีนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวให้มีผลจริงจัง และข้อ 5 ควรชะลอการอนุมัติให้ ปตท.รับซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวโดยสัญญาระยะยาว
ผลจากข้อเสนอ 4 และ ข้อ 5 ก็คือเพิ่มบทบาทเอกชนในการนำเข้าก๊าซ โดยผู้ที่จะนำเข้าไม่พ้นผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซ ยิ่งมีขนาดใหญ่แค่ไหนก็ยิ่งได้เปรียบจากต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำ
นี่แหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ประเด็นที่ต้องคิดก็คือการให้เอกชนเข้ามาแข่งขันแม้ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ที่ต้องระวังคือการเปิดทางให้เอกชนเข้ามาผูกขาดแทนรัฐ
แนวทางที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การมัดมือ มัดเท้ารัฐวิสาหกิจ แต่ต้องให้รัฐวิสาหกิจแข่งขันกับเอกชน
อาทิ การแยกกิจการสายส่งออกไปจาก กฟผ. ก็ควรจะต้องให้ กฟผ.ผลิตไฟแข่งด้วย ใครต้นทุนต่ำกว่าก็เดินเครื่องไป
ที่สำคัญนโยบายใดๆ ก็ตาม ต้องไม่ทำลายจุดแข็งและยุทธศาสตร์ประเทศ
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ ยุทธศาสตร์ประเทศ กำหนดให้เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต แต่เรื่องที่เพิ่งเข้า ครม.กลับจะหยุดไม่ส่งเสริม มันขัดแย้งกันชัดเจน
พลังงานชีวภาพยังเกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุดิบสินค้าเกษตรเป็นเชื้อเพลิง จู่ๆ เกิดไม่มีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานชีวภาพจะให้คำตอบแก่เกษตรกรที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างไร
ทั้งหมดยังไม่นับการที่พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานแห่งอนาคต จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐ การหยุดไม่รับซื้อไฟจึงเป็นการทำลายวงจร ทำลายสิ่งที่สร้างมาให้หยุดชะงัก
สิ่งที่เสนอเข้า ครม. ถ้าจะทำกันจริงก็จำเป็นต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนมากกว่าที่เห็น
เดินดุ่ยๆ แบบนี้ ไปไม่รอดดอก...สิบอกให้







