
ต้องรื้อ
ระบบราชการเป็นกลไกสำคัญมากในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้า
โดย...นาย ป.
ระบบราชการเป็นกลไกสำคัญมากในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้า แต่หากยังไม่อาจขับเคลื่อนหรือขยับให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบราชการได้แล้วละก็ การจะคิดไปปฏิรูปด้านอื่นๆ ตามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังทำอยู่ คงจะไปคาดหวังอะไรไม่ได้หรอก ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย
เพราะเกิดกระแสเรียกร้องกันมานานแล้วให้มีการปฏิรูประบบราชการ ไล่กันตั้งแต่การให้บริการประชาชนต้องสะดวกและรวดเร็วสมกับยุคไทยแลนด์ 4.0 เรื่องปราศจากการเรียกรับสินบนใต้โต๊ะทั้งในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ การซื้อขายตำแหน่งเก้าอี้ จึงเกิดความคาดหวังว่าการปฏิรูปข้าราชการในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรื้อกันขนานใหญ่ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของระบบอุปถัมภ์ที่เกาะกินโครงสร้างระบบราชการมายาวนานจนแทบจะพังทรุดไปแล้ว
ปัจจุบันระบบแต่งตั้งโยกย้ายเป็นระบบปิดใครๆ ก็รู้กันดีเป็นอย่างนี้มานาน การแต่งตั้งโยกย้ายภายใต้ระบบการเลือกกันเอง อาจโดยภายในกระทรวงโดยที่สาธารณชนไม่รับทราบถึงกระบวนการว่าเลือกบุคคลใดเข้ามา แล้วกระทรวงหรือประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากบุคคลนั้น หรือไม่ยิ่งไปกันใหญ่ก็เป็นไปตามดุลพินิจของฝ่ายการเมืองรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงจะเลือกใคร โดยเฉพาะในตำแหน่งระดับสูง โดยเฉพาะปลัดกระทรวง เป็นตำแหน่งที่ฝ่ายการเมืองต้องการแต่งตั้งมากที่สุด เพราะถ้าตั้งคนของตัวเองเป็นปลัดกระทรวงได้แล้ว ตำแหน่งอื่นๆ รองลงไปก็สามารถสั่งหรือขอให้เลือกใครขึ้นมาเป็น หรือสั่งเด้งใครก็ได้ที่ไม่ชอบใจนับลงไปจากตำแหน่งอธิบดีลงไป
จึงเกิดข้อเรียกร้องให้ระบบแต่งตั้งโยกย้ายทำเป็นระบบเปิด กล่าวคือ หากจะเลือกใครสักคนขึ้นเป็นปลัดกระทรวง ผู้บริหารหรือคณะกรรมการใดก็ตามที่จะเข้ามาแต่งตั้ง ต้องสามารถออกมาอธิบายให้สังคมได้เข้าใจด้วยว่าเหตุใดจึงเลือกบุคคลคนนี้ หรือเหตุใดไม่เลือกบุคคลคนคนนั้น อย่างน้อยที่สุดก็ต้องอธิบายได้ในชั้นศาลปกครองให้ชัดเจน หากเกิดการฟ้องร้องว่าการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม
ปัญหาเหล่านี้ในระบบราชการเห็นกันจนชินตาจึงไม่แปลกที่เกิดเป็นข้อเรียกร้องให้การแต่งตั้งโยกย้ายในระบบราชการควรเป็นระบบเปิด ด้วยการกำหนดวิธีการป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงกระบวนการในการแต่งตั้งหรือโยกย้าย ด้วยการกำหนดให้มีคณะกรรมการร่วมจากภายนอกเข้ามาร่วมพิจารณาแต่งตั้ง อาจจะประกอบด้วย บุคคลซึ่งคัดเลือกมาจากส่วนราชการต่างๆ อาทิ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ หรืออดีตข้าราชการที่มีชื่อเสียงด้านความโปร่งใส และสิ่งสำคัญต้องมีมาตรฐานที่สามารถอธิบายให้กับสังคมได้เข้าใจได้ว่าเป็นการคัดเลือกด้วยเหตุและผล หรือด้วยผลงานความรู้ความสามารถ มิใช่เลือกเพราะระบบอุปถัมภ์ด้วยเส้นสายหรือรุ่น
ปัญหาระบบอุปถัมภ์ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการถือเป็นเรื่องใหญ่ยากที่จะแก้ไขเสียแล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะใช้วิธีกวาดล้างกันได้ด้วยกฎหมาย แต่ต้องใช้วิธีการเปลี่ยนวิธีคิดคน จึงเป็นเรื่องยากยิ่งกว่ามาก เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าทุกภาคส่วนยังต่างคนต่างทำและยังไม่ยอมรับการตรวจสอบจากภายนอก คงเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปให้ก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้ แต่ถึงอย่างไรหากจะเริ่มต้นตั้งเสียแต่วันนี้ก็ยังไม่สายเกินแก้







