
ส่งออกยุคเลิกติดยา
เปิดมาต้นปีก็มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับการส่งออก นั่นคือสหรัฐไม่ต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพี
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เปิดมาต้นปีก็มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับการส่งออก นั่นคือสหรัฐไม่ต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพี ให้กับสินค้าไทยที่เคยได้รับจีเอสพีทั้งหมด รวมแล้วราวๆ 3,500 รายการ
จีเอสพี คือสิทธิทางภาษี หากสินค้าใดได้จีเอสพี เมื่อนำเข้าสหรัฐจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ
นั่นหมายความว่าในปีนี้สินค้าทุกชนิดของไทยจะเสียภาษีตามปกติ ไม่มีแต้มต่อ
ผลที่ตามมาก็คือสินค้าที่ปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะเป็นการส่งออก ที่แข่งขันกันด้วยราคา ก็ต้องมีอันพับเสื่ออย่างแน่นอน
ผู้นำเข้าสินค้าจากสหรัฐที่เคยซื้อสินค้าไทยที่ได้จีเอสพี จะชะลอการซื้อสินค้า และหันไปซื้อสินค้าจากประเทศอื่นแทน เนื่องจากเกิดความไม่แน่นอนด้านภาษี
ในระยะสั้นการถูกตัดสิทธิจีเอสพี อาจมองได้ว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลลบ แต่ในระยะยาวอาจกลายเป็นเรื่องที่ดี
เพราะจีเอสพีเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน มาแล้วก็ไป และกลายเป็นเรื่องการเมือง เป็นผลประโยชน์ทางการค้าระหว่างกันไปแล้ว
จุดเริ่มต้นของจีเอสพี เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกแตกเป็นฝ่ายเสรีนิยมมีสหรัฐอเมริกาเป็นพี่เบิ้ม กับฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพรัสเซียเป็นพี่ใหญ่
ยุคนั้นสหรัฐมองว่าการที่ประเทศต่างๆ กลายเป็นคอมมิวนิสต์เพราะความยากจน จึงเกิดโครงการจีเอสพี ให้ประเทศยากจนส่งสินค้าเข้าไปยังสหรัฐในอัตราภาษีที่ต่ำ จะได้มีเงินไปพัฒนาประเทศ หลุดจากกับดักความยากจน จะได้ไม่เป็นคอมมิวนิสต์
ขณะเดียวกัน ประชาชนชาวอเมริกันก็ได้ประโยชน์ เนื่องจากจะมีสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศมาให้จับจ่ายใช้สอย เป็นประโยชน์ร่วมทั้งสองฝ่าย
แต่ต่อมาเมื่อสหภาพรัสเซียล่มสลาย จีเอสพีก็ปรับเปลี่ยนไปกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการค้าของสหรัฐ โดยมีเงื่อนไขต่างๆ เกิดขึ้นตามมา อาทิ หากไม่ใช่ประเทศยากจนหรือกำลังพัฒนาก็จะอดได้จีเอสพี หรือถ้าส่งสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งเข้าไปจนครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงเกิน ก็จะถูกตัดจีเอสพี
หลายประเทศในโลกใช้จีเอสพีในระยะตั้งไข่ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แต่ต่อมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าสินค้า พัฒนายกระดับประเทศ จนเลิกใช้สิทธิจีเอสพีไปโดยปริยาย
แต่หลายประเทศยังติดกับดักจีเอสพี การส่งออกพึ่งพาจีเอสพีไม่เลิก ละเลยในการยกระดับคุณภาพสินค้า
ไทยเองก็หลงในจีเอสพีมานานหลายทศวรรษ และถ้ามองตามการพัฒนาประเทศอย่างไรเสียก็ต้องโดนตัดจีเอสพีไม่วันใดวันหนึ่ง ในระยะเวลาอันสั้น
ทางที่ดีก็คือ เลิกคิดถึงจีเอสพีได้ ต้องหันไปผลิตสินค้าที่เพิ่มมูลค่า ไม่ก็ต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นที่ยังได้จีเอสพี
อดีตที่ผ่านมาหลายสินค้าของไทยเคยถูกตัดจีเอสพี สุดท้ายก็มีการปรับตัว ทำให้ยกระดับการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ
ครั้งนี้เมื่อโดนตัดจีเอสพีทั้งยวง ก็เป็นแรงส่งสำคัญทำให้ต้องปรับตัว
หักดิบกันทีเดียว ก็ดีกว่าค่อยถดถอยและตายกันแบบช้าๆ







