posttoday
เขตการค้าเสรีแปซิฟิก นัยสำคัญต่อ GMS?

เขตการค้าเสรีแปซิฟิก นัยสำคัญต่อ GMS?

13 ธันวาคม 2560

TPP หรือความตกลงหุ้นส่วนภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership) เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจของหลายประเทศที่มีชายฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิก

โดย...ดร.วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการบริหาร สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง

TPP หรือความตกลงหุ้นส่วนภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership) เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจของหลายประเทศที่มีชายฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิก จุดเริ่มต้นของ TPP เกิดจาก P4 ซึ่งเป็นความตกลงการค้าเสรีระหว่าง 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ชิลี นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2548

ช่วงปี 2551 สหรัฐเริ่มให้ความสนใจและได้เข้ามาร่วมเจรจาเขตการค้าเสรีกับ P4 โดยสหรัฐได้มีบทบาทนำตั้งแต่นั้นมา ต่อมาออสเตรเลีย เปรู มาเลเซีย และเวียดนาม เข้าร่วมในการเจรจาตามลำดับ ส่วนญี่ปุ่นก็ได้ประกาศเข้าร่วมหลังจากการประชุมเอเปกที่ฮาวาย เดือน พ.ย. 2554

หลังจากนั้นไม่นานพันธมิตรทางการค้าที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอย่างแคนาดาและเม็กซิโก ก็ประกาศเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ทำให้ TPP เป็นเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประเทศสมาชิกรวม 12 ประเทศในขณะนั้น จนกระทั่งปี 2559 จีดีพีของ TPP12 มีสัดส่วนสูงมากถึง 38.3% ของจีดีพีรวมทั้งโลก

จุดมุ่งหมายของ TPP ก็เหมือนกับเอฟทีเอทั่วไป คือต้องการลดอุปสรรคทางการค้าสินค้าและบริการระหว่างกัน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการลงทุนซึ่งกันและกัน

เวียดนามเป็นประเทศในกลุ่ม GMS ประเทศเดียวที่เข้าร่วมเจรจา TPP ส่วนไทยก็ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับ TPP จนถึงปี 2559 เหตุผลสำคัญเพราะขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีประชากรกว่า 310 ล้านคน เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่อำนาจซื้อสูงมาก การเข้าถึงตลาดสหรัฐ และการรักษาส่วนแบ่งการตลาดที่มีอยู่เดิม เป็นแรงดึงดูดสำคัญของเวียดนามและไทย คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงประเทศอื่นๆ ในอนุภูมิภาคเช่นกัน เนื่องมาจากความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมและบริการที่แน่นแฟ้นขึ้นใน GMS

อย่างไรก็ตาม ปี 2560 การเจรจาการค้าภายใต้กรอบ TPP ก็ต้องมาถึงจุดเปลี่ยน เหตุผลเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในของสหรัฐ โดยมุ่งเน้นนโยบายอเมริกามาก่อน (American First Policy) สหรัฐจึงถอนตัวออกจาก TPP ทั้งๆ ที่เคยเป็นเสาหลักของการเจรจาในอดีต ทั้งนี้มีผลทำให้ขนาดเศรษฐกิจของ TPP ลดลงอย่างมาก จีดีพีของ TPP มีสัดส่วนเพียง 13.5% ของจีดีพีรวมของทั้งโลก สัดส่วนการค้าในโลกลดลงจาก 25.7% เหลือเพียง 14.9% เท่านั้น

เพื่อไม่ให้ทุกอย่างหยุดชะงัก TPP11 ที่เหลืออีก 11 ประเทศ เห็นพ้องกันว่าต้องเดินหน้าต่อ ข้อตกลงบางประเด็นที่สหรัฐเคยผลักดันจำเป็นต้องมีการทบทวนปรับแก้ กรอบความตกลงฉบับใหม่จึงเปลี่ยนชื่อเป็น CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership) ซึ่งคาดว่าทุกประเทศจะลงนามภายในปี 2561 และมีผลบังคับใช้ในปี 2562

สำหรับประเทศในกลุ่ม GMS นั้น เวียดนามก็ยังคงสานต่อ CPTPP ต่อไป หลังจากที่สหรัฐถอนตัว ความน่าสนใจของประเทศอื่นในลุ่มน้ำโขงต่อเขตการค้าเสรีแปซิฟิกก็ลดน้อยลงอย่างมาก เนื่องจากบูรไน มาเลเซีย สิงคโปร์ ก็เป็นสมาชิกในอาเซียนด้วยกันอยู่แล้ว นอกจากนี้อาเซียนยังมีกรอบความตกลงกับญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่อยู่ใน CPTPP อยู่แล้วเช่นกัน

ฉะนั้นหากจะมีผลบังคับใช้ จะไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่สหรัฐหวนกลับเข้ามา กรอบความตกลง TPP ก็จะมีแรงดึงดูดต่อไทยและประเทศในอนุภูมิภาคขึ้นมาอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก