ศาลเตี้ย 4.0

วันที่ 01 ธ.ค. 2560 เวลา 08:46 น.
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย

คดีที่โด่งดังในปีนี้เห็นจะไม่พ้นกรณีครูจอมทรัพย์ ผู้ต้องหาในคดีขับรถชนคนตาย ที่ออกมาต่อสู้ว่าตัวเองเป็นแพะ แต่สุดท้ายศาลมีคำตัดสินว่าครูจอมทรัพย์ไม่ใช่แพะ แต่เป็นคนจึงต้องเดินหน้าเข้าคุก เจอไปหลายคดีความต่อเนื่องกัน

แต่คดีนี้ก็สร้างบทเรียนมากมายในสังคม โดยเฉพาะถ้าฟังจากปากคำของ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

เพราะอัจฉริยะเป็นผู้ที่สวนกระแสในคดีครูจอมทรัพย์ โดยประกาศอย่างมั่นใจว่าอดีตข้าราชการครูไม่ใช่แพะเหมือนที่ทุกคนพากันดราม่า จนได้รับแรงกระเเทกจากเสียงด่าทอ โจมตีชนิดสาดเสียเทเสีย

ผลที่ตามมาคืออัจฉริยะถูกเล่นงานทั้งในโซเชียลมีเดียและชีวิตจริง

จนกระทั่งผ่านไป 10 เดือน ศาลตัดสินยกคำร้องขอรื้อฟื้นคดีของครูจอมทรัพย์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินหน้าฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างหนัก โดยผู้ต้องหารายสำคัญรับสภาพแล้วว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงการจัดฉาก

ชีวิตของอัจฉริยะถึงกลับมา

และภาพสะท้อนที่น่าคิดก็คือ กระบวนการศาลเตี้ยยุค 4.0 เกิดขึ้นในสังคม เป็นการตัดสินกันเองด้วยความรู้สึก ความเห็น หรือผลประโยชน์ด้านอื่น โดยเคยเกิดขึ้นในหลายคดี และถ้าไม่ระวัง จะเกิดขึ้นอีก

อะไรคือองค์ประกอบศาลเตี้ย 4.0

จากประสบการณ์จริงของอัจฉริยะ คดีครูจอมทรัพย์ดังขึ้นเพราะสื่อบางแห่งต้องการสร้างเรตติ้งให้ตัวเอง รายงานลักษณะชี้นำ ทำให้สังคมเกิดความเชื่อ และครูจอมทรัพย์เลยสร้างกระแสต่อเนื่อง

ถัดมาบางหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมกระโดดออกมารับรองความเป็นแพะของครูจอมทรัพย์ ใช้งบประมาณแผ่นดินไปช่วยเหลือคนทำผิดกฎหมาย โดยมองข้ามการทำงานหน่วยงานอื่นไม่ว่าเป็นตำรวจ หรืออัยการ

สุดท้ายก็คือสิ่งที่อัจฉริยะเรียกว่า ศาลเฟซบุ๊ก ที่โจมตีอย่างสาดเสียเทเสีย ด่าทอด้วยข้อความหยาบคาย

ไม่เพียงแต่ตัวเองที่ได้รับผลกระทบ ผู้คนในโซเชียลมีเดียหยิบรูปลูกอัจฉริยะขึ้นมาโจมตี ทำให้ลูกอับอายไม่กล้าไปโรงเรียน ทั้งๆ ที่เด็กไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ศาลเฟซบุ๊กจึงเป็นเวทีตัดสินเรื่องต่างๆ ไปแล้ว

ทั้งหมดจึงควรทำให้สังคมเกิดสติ ฟังหูไว้หูก่อน ไม่ใช่ตัดสินทั้งที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ใช่การคิดแค่ 30 วินาทีแล้วอยากจะเขียน อยากจะโพสต์อะไร โดยไม่ได้ฉุกคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปอาจทำลายชีวิตคนบางคน

ก่อนหน้านี้ อัจฉริยะยกตัวอย่างเด็กผู้ชายใส่รองเท้าขาดขึ้นรถไฟฟ้า แล้วถูกหญิงสาวกล่าวหาติดกล้องแอบถ่ายเอาไว้ กว่าจะพิสูจน์ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก็แทบจะไม่มีแผ่นดินอยู่

คดีครูจอมทรัพย์ จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องมาทบทวนตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสื่อ เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้คนในสังคม ที่กำลังสร้างบรรทัดฐานบิดเบี้ยวให้เกิดขึ้นในยุคนี้

ไม่เช่นนั้นจำเลยในศาลเฟซบุ๊กรายต่อไปอาจเป็นตัวคุณ