
สมองเสื่อมแก้ไง
นายกฯ ลุงตู่กำลังปวดเศียรเวียนเกล้า ไหนจะเรื่องคะแนนนิยมกำลังดำดิ่ง
โดย...มวยแทน
นายกฯ ลุงตู่กำลังปวดเศียรเวียนเกล้า ไหนจะเรื่องคะแนนนิยมกำลังดำดิ่ง ไหนจะถูกกดดันให้ปลดคำสั่ง คสช.ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
แค่เรื่องปลดล็อกพรรคการเมือง สื่อมวลชนถามท่านบ่อยครั้งก็เริ่มหงุดหงิด "ถ้าไม่ปลดล็อก มันจะเป็นจะตายกันหรือไง" ลุงตู่ กล่าว
แบบว่า ยังจำได้หรือเปล่าว่าเคยสัญญาอะไรกันไว้ตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.ว่าเมื่อถึงต้นเดือน พ.ย.จะปลดล็อกพรรคการเมือง หรือว่าเริ่มมีปัญหาความบกพร่องทางการจดจำ
นี่พอกล่าวถึงความบกพร่องทางการจดจำ มีมิตรรักนำหนังสือเกี่ยวกับวิธีการฟื้นฟูสมองมาให้อ่านพอดี๊พอดี เห็นว่าเป็นประโยชน์จึงขอคัดเนื้อหาบางช่วงบางตอนมานำเสนอ เผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะคนที่กำลังสมองเสื่อม???
นพ.คะโตะ โทะชิโนะริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์สมอง ชื่อดังของญี่ปุ่น เจ้าของหนังสือฝึกสมองระดับ Bestseller "66 วิธี ลับคมสมอง" และ "ยิ่งเรียนสูงเรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว" อธิบายเกี่ยวกับ "การปรับสภาพสมอง" ว่า เป็นการจงใจเปลี่ยนวิธีการใช้สมองซึ่งเอนเอียงไปทางส่วนใดส่วนหนึ่ง หันมากระตุ้นสมองส่วนอื่นๆ อย่างทั่วถึงกันจนได้สมองที่แข็งแรง
ในเมื่อสมองซีกขวาโดยเฉพาะส่วนที่ควบคุมด้านการมองเห็น ด้านความเข้าใจ และด้านการจดจำไม่ค่อยถูกกระตุ้น ไม่มีการใช้งาน ก็จะ ไร้ประสิทธิภาพจนค่อยๆ เสื่อมหนักเข้าไปถึงขั้นอัลไซเมอร์ได้
ฉะนั้น จึงควร "พักสมองส่วนที่ใช้บ่อย และใช้สมองส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้" สมองก็จะสมดุล มีภูมิต้านทาน ไม่เสื่อมสภาพ
เขามีวิธีฟิตสมองซีกขวา 3 ด้าน (จาก 8 ด้าน) ได้แก่ ด้านการมองเห็น ด้านความเข้าใจ และด้านการจดจำแบบง่ายๆ น่าสนใจดีครับ
สั่งอาหารจากภาพ ไม่ต้องดูตัวหนังสือ เป็นการกระตุ้นสมอง "ด้านการมองเห็น" เพราะความสามารถในการอ่านตัวหนังสือจะใช้สมองซีกซ้าย และความสามารถในการดูภาพจะใช้สมองซีกขวา คนที่ดูเมนูอาหารแล้วสั่งจากภาพจะเป็นคนที่พื้นที่สมองด้านนี้แข็งแรง ไม่ว่าดูอะไรก็วิเคราะห์ได้ดีและว่องไว
แปรงฟันด้วยมือที่ไม่ถนัด ช่วยกระตุ้นสมอง "ด้านความเข้าใจ" เนื่องจากร่างกายซีกขวาควบคุมโดยสมองซีกซ้าย และร่างกายซีกซ้ายควบคุมโดยสมองซีกขวา การที่เราเปลี่ยนมาใช้งานมือข้างที่ ไม่ถนัด ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สะดวก และพยายามทำความเข้าใจพร้อมปรับตัว เป็นวิธีปรับสมองที่ได้ผลดีที่สุด
คิดตารางเวลาแบบย้อนหลัง เรามักจะคุ้นเคยกับการเขียนกำหนดการแบบไปข้างหน้าตามลำดับ แต่ถ้ามองกลับกัน ลองทำกำหนดการแบบถอยหลังดูบ้างก็จะช่วยกระตุ้นสมอง "ด้านการจดจำ" เป็นการปรับวิธีคิดจากเริ่มกี่โมง มาเป็นต้องเสร็จกี่โมงแทน จะเห็นได้ว่าการทำกิจกรรมจะว่องไวและลงตัวอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจากการปรับพฤติกรรมนี้มาสร้าง "สมองที่แข็งแรง" ด้วยการเตือนสติตัวเองว่าต้องไม่ละเลยสมองส่วนอื่นๆ ที่ควรถูกใช้งานและถูกกระตุ้นในวันนั้นๆ ด้วย สมองจะได้ใช้งานอย่างทั่วถึง
"ปรับสมองไม่ให้เสื่อม" มี 23 บทวิเคราะห์ และ 34 วิธีฝึกสมองแสนง่ายที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ติดตามหาซื้อได้จาก www.nanmeebooks.com และ www.facebook.com/nanmeebooksfan n







