posttoday
ไล้เหลี่ยว หรือ ซี้เลี้ยว

ไล้เหลี่ยว หรือ ซี้เลี้ยว

20 มิถุนายน 2560

เหมือนกับเป็นไฟต์บังคับที่เลี่ยงได้ยากสำหรับ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางแรกจากกรุงเทพฯ ไปยังนครราชสีมา

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เหมือนกับเป็นไฟต์บังคับที่เลี่ยงได้ยากสำหรับ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางแรกจากกรุงเทพฯ ไปยังนครราชสีมา

เพราะการก่อสร้างดังกล่าว จะทำให้ไทยไม่ตกขบวนอภิมหาโครงการ One Belt, One Road หรือเส้นทางสายใหม่ยุคใหม่ โดยจะก่อสร้างเส้นทางคมนาคมจากจีนตอนใต้ลงไปถึงสิงคโปร์

โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าไทย-จีน ล่าช้ามาตลอด จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจใช้มาตรา 44 ผลักดันเดินหน้าเพื่อแก้ปัญหาจากกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง

แต่อำนาจตามมาตรา 44 ก่อให้เกิดผลกระทบตามมา และเกิดการท้วงติงของผู้เกี่ยวข้อง

ประเด็นสำคัญก็คือการเปิดทางให้วิศวกรและสถาปนิกจีน เข้ามาทำงานในโครงการดังกล่าวได้  จากเดิมที่อาชีพสถาปิก และวิศวกร เป็นอาชีพสงวนต้องมีใบอนุญาตจากสภาวิศวกร หรือสภาสถาปนิก

การเปิดให้วิศวกรจีน หรือสถาปนิกจีนเข้ามา จึงทำให้เกิดความได้เปรียบสถาปนิก หรือวิศวกรชาติอื่นๆ รวมถึงใครจะรับผิดชอบและรับรองด้านความปลอดภัยของการก่อสร้าง การดูแลโครงการ ความรับผิดชอบในอนาคต

ทั้งหมดทำให้เกิดมาตรฐานใหม่ จากเดิมที่งานวิศวกรรมก่อสร้าง จะต้องมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมและรับผิดชอบความปลอดภัยสาธารณะ

นอกจากนั้น ในแง่การถ่ายทอดเทคโนโลยี อำนาจมาตรา 44 ที่ใช้เพียงกำหนดกว้างๆ ว่า ให้สภาวิศวกร และสภาสถาปนิกกำหนดหลักสูตรตามความเหมาะสม ซึ่งทำให้อาจมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือไม่มีก็ได้

สุดท้ายโครงการรถไฟไทย-จีน จะกลายเป็นการลงทุนเองของไทย ที่จ่ายทั้งเงิน และไม่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างที่ควรจะเป็น

ข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้น รัฐบาลจัดให้มีการประชุมกับ 2 สภาที่เกี่ยวข้อง โดยแนวทางที่ออกมาก็คือจะมีการกำหนดรายละเอียด ข้อท้วงติงต่างๆ ภายในสัญญา ที่จะลงรายละเอียดกับทางจีน

ในแง่การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีน ก็มีการออกข่าวว่า นอกจากการถ่ายทอดผ่านเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ จำนวน 60 คนแล้ว กระทรวงคมนาคมจะมีการประสานงานเพื่อนำนักวิชาการระดับสูงหรือในระดับคณะอาจารย์ ทั้งจากสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ สภาสถาปนิกไทย เข้าศึกษารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงจากจีนด้วย

จีนตกลงในหลักการแล้ว และจะมีการนำเข้าหารือในรายละเอียดในการประชุมคณะกรรมการรถไฟไทย-จีนครั้งต่อไป

กระทรวงคมนาคมจะพยายามเสนอร่างสัญญาที่จะทำกับจีนเข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยกรอบการดำเนินงานจะมี 3 สัญญา ได้แก่  สัญญาการจ้างออกแบบ สัญญาการคุมงาน และสัญญาเรื่องระบบรถ และตั้งเป้าหมายจะลงนามในสัญญาที่ 1 ภายในเดือน ก.ค.

จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการออกแบบโครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน

อีกไม่นาน คงเห็นโฉมหน้าสัญญารถไฟไทย-จีน

มันจะไล้เหลี่ยว หรือ ซี้เลี้ยว...วา

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก