
สัญญาณกระแสเงินไหลเข้าไม่ชัดเจน
โดย...ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย
โดย...ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย
รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ FOMC (Fed Minutes) เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2560 สาระสำคัญไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมจากที่ตลาดรับรู้ผลการประชุมไปเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2560 คณะกรรมการเฟดมองว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐไตรมาสแรกเป็นเพียงแค่เรื่องชั่วคราว และเชื่อว่าด้วยข้อมูลพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาขยายตัวได้ตามเป้าหมาย โดยยังคงมุมมองในการขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ Fed Minutes ได้เปิดรายละเอียดการปรับลดขนาดงบดุล 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยกรรมการเฟดเกือบทั้งหมดมีความเห็นสอดคล้องกันว่า เฟดควรต้องเริ่มลดการถือครองทั้ง Treasury และ MBS
ตลาดไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ ต่อ Fed Minutes ฉบับล่าสุด US Dollar Index ยังซึมอ่อนค่าสู่ 97.03 สกุลเงินเยนค้างอยู่ที่ 111.56 เยน/เหรียญสหรัฐ สกุลยูโรก็ยังอยู่ในโทนแข็งค่า 1.12 เหรียญสหรัฐ/ยูโร
ส่วนการแข็งค่าของเงินบาทเป็นตัวสะท้อนถึงภาพเงินไหลเข้าได้เป็นอย่างดี เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่องในตราสารหนี้อีก 4,690 ล้านบาท (เน้นไปที่ซื้อตราสารระยะยาว 3,750 ล้านบาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่ารุนแรงกว่า 0.81% สู่ 34.06 บาท/เหรียญสหรัฐ เป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 2 ปี
แต่ในส่วนของตราสารทุนมีการเข้าซื้อเพียงเล็กน้อย 311 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนการเปิดสถานะ Long สุทธิใน SET50 Futures กว่า 1 หมื่นสัญญา มองยังไม่ใช่การเปิดสถานะใหม่เนื่องจากสถานะคงค้างของ S50M17 ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่กลับปรับลดลงมา 2,000 สัญญาสู่ระดับ 2.90 แสนสัญญา โดยสรุปภาพของเงินไหลเข้า แม้จะดูดีและไม่มีสัญญาณการไหลออก
แต่เงินก็ไม่ได้ไหลเข้าตราสารทุน (SET) มีแต่จะไหลไปเข้าตราสารหนี้ ซึ่งภาพดังกล่าวจึงยังทำให้ SET ต้องอยู่ในสภาพขาดเม็ดเงินใหม่ต่อไป ตลาดจึงไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นไปได้ไกลมากนัก และมีความเสี่ยงที่จะเคลื่อนไหวเหมือน 4 เดือนที่ผ่านมา คือวนไปวนมาในกรอบ และหุ้นจะเลือกขึ้นเป็นเพียงแค่บางกลุ่ม โดยมองว่ากลุ่มหุ้นใหญ่ที่มีมูลค่าไม่แพงมากนัก จะสามารถปรับตัวขึ้นมากกว่าตลาดในสภาวะดังกล่าว
ราคาน้ำมันเวสต์เทกซัส (WTI) ปรับร่วง -4.79% และปิดที่ 48.90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามแรงขายเมื่อความจริงปรากฏหลังผลการประชุมผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) และนอกกลุ่มโอเปก ออกมาเป็นไปอย่างที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้าคือ ขยายกรอบระยะเวลาความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือน จนถึง มี.ค. 2561 และคงปริมาณการลดกำลังการผลิตไว้เท่าเดิมคือ 1.75 ล้านบาร์เรล/วัน
แรงขายเมื่อความจริงปรากฏที่เกิดขึ้น ถือว่าสอดคล้องกับที่ประเมินไว้ โดยระยะสั้นราคาน้ำมันได้หมดปัจจัยขับเคลื่อนลง และนับจากนี้ต้องกลับมาติดตามระดับสต๊อกน้ำมันดิบ รวมไปถึงปริมาณการผลิตและการเพิ่มขึ้นของแท่นขุดเจาะในสหรัฐ ซึ่งจะมีผลให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวตามข้อมูลที่ออกมาแต่ละสัปดาห์
การปรับฐานของราคาน้ำมันยังไม่น่าจะรุนแรง โดยราคาน่าจะกลับไปแกว่งตัวแคบในกรอบระหว่าง 43-53 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และราคาเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2560 น่าจะยังคงอยู่เหนือ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ทั้งนี้ การลงของน้ำมันกว่า 4.79% จะเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิต (PTTEP) ปรับลงในช่วงเช้าวันนี้ แต่มองเป็นโอกาสในการเข้าเก็บสะสมเพิ่ม เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะเริ่มเห็นนักวิเคราะห์ในตลาดทำการปรับกำไรและมูลค่าพื้นฐานปี 2560 ขึ้น หลังผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปี 2560 ออกมาสูงถึง 45% ของที่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ทั้งปี







