
สินบนรถหรู
เป็นเรื่องที่มีผลลงเอยแบบไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนักสำหรับคดีลักลอบนำเข้ารถหรูจากต่างประเทศที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องที่มีผลลงเอยแบบไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนักสำหรับคดีลักลอบนำเข้ารถหรูจากต่างประเทศที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง
ผู้เกี่ยวข้องอันดับแรกคือบริษัทที่นำเข้ารถ ที่เข้าข่ายถูกดำเนินคดีเลี่ยงภาษีจำนวนหลายราย ขณะที่ผู้จำหน่ายรวมถึงผู้ซื้ออยู่ในขั้นตอนตรวจสอบโยงใยความเกี่ยวข้อง
แต่ที่เป็นต้นตอทำให้กระบวนการเลี่ยงภาษีดำเนินการได้จนสำเร็จ เห็นจะไม่พ้นกรมศุลกากรเป็นสินบนครั้งใหญ่ก็คงไม่ผิด
ล่าสุด สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาร่วมสอบและเตรียมเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 9 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใบอินวอยซ์ปลอมแจ้งราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งมีระดับรองอธิบดีเกี่ยวพัน
นี่แหละปลาใหญ่ที่กำลังไล่จับกัน
ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเข้ามาชี้ช่อง หรือปิดหูปิดตากระบวนการเลี่ยงภาษีก็จะเกิดได้ยาก
เพราะที่ผ่านมากระบวนการนำเข้ารถหรูจากต่างประเทศจะพิจารณาเฉพาะใบอินวอยซ์จากผู้นำเข้าที่แสดงเป็นหลักฐานเท่านั้นโดยไม่มีราคากลาง และจะแจ้งราคานำเข้าเป็นเงินตราต่างประเทศหลากหลายสกุล
ผลก็คือมีการนำเข้ารถหรูหรือซูเปอร์คาร์เป็นจำนวนมากโดยแจ้งราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
ตัวอย่างเช่น รถแลมโบร์กินี ราคาจากประเทศอิตาลี 2.86 แสนยูโร เมื่อมาถึงประเทศไทยมีขบวนการจัดทำเอกสารสำแดงราคาเป็น 1.05 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.4 ล้านบาท ตามกฎหมายต้องเสียภาษี 328% หรือ 11 ล้านบาท
แต่ทว่าหากคำนวณภาษีตามราคาจริง รถคันนี้จะมีราคาตั้งต้นอยู่ที่ 12 ล้านบาทเศษ ไม่ใช่ 3.4 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีในราคา 41 ล้านบาท เท่ากับว่ารถคันนี้ชำระภาษีขาดไปจำนวน 30 ล้านบาท
เท่าที่ประเมินมีการนำเข้าลักษณะดังกล่าวเป็นหมื่นคันความเสียหายมหาศาล
สำหรับต้นตอการสอบสวนรถหรูนี้เกิดขึ้นตั้งแต่คดีรถยนต์หรูไฟไหม้ที่ อ.กลางดง จ.นครราชสีมา จำนวน 6 คัน ปี 2556
ขั้นตอนการดำเนินคดี ล่าช้า และยุ่งยาก แต่จุดสำคัญที่นำมาเป็นหลักฐานก็คือการติดต่อประสานความร่วมมือผ่านสำนักงานอัยการต่างประเทศไปยังประเทศอิตาลี อังกฤษ และญี่ปุ่นจนทำให้ได้ราคารถยนต์ที่แท้จริง
จากนั้นก็นำราคาดังกล่าวมาใช้พิสูจน์เปรียบเทียบกับเอกสารที่ผู้ประกอบการนำมายื่นเสียภาษีนำเข้ารถยนต์
ดีเอสไอได้รับการประสานจากหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ ประเทศอังกฤษ (National Vehicle Crime Intelligence Service หรือ NaVCIS) ว่ามีรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษส่งมาที่ประเทศไทยจำนวน 42 คัน
รถดังกล่าวมีการตรวจพบว่า กระจายอยู่ในไทยจริง
ทั้งหมดคือคดีโกงภาษีขนาดมหึมาที่ลามถึงบิ๊กข้าราชการ
ส่วนจะมีที่บิ๊กกว่านั้นหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป







