posttoday
สินบนรถหรู

สินบนรถหรู

30 พฤษภาคม 2560

เป็นเรื่องที่มีผลลงเอยแบบไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนักสำหรับคดีลักลอบนำเข้ารถหรูจากต่างประเทศที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เป็นเรื่องที่มีผลลงเอยแบบไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนักสำหรับคดีลักลอบนำเข้ารถหรูจากต่างประเทศที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง

ผู้เกี่ยวข้องอันดับแรกคือบริษัทที่นำเข้ารถ ที่เข้าข่ายถูกดำเนินคดีเลี่ยงภาษีจำนวนหลายราย ขณะที่ผู้จำหน่ายรวมถึงผู้ซื้ออยู่ในขั้นตอนตรวจสอบโยงใยความเกี่ยวข้อง

แต่ที่เป็นต้นตอทำให้กระบวนการเลี่ยงภาษีดำเนินการได้จนสำเร็จ เห็นจะไม่พ้นกรมศุลกากรเป็นสินบนครั้งใหญ่ก็คงไม่ผิด

ล่าสุด สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาร่วมสอบและเตรียมเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 9 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใบอินวอยซ์ปลอมแจ้งราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งมีระดับรองอธิบดีเกี่ยวพัน

นี่แหละปลาใหญ่ที่กำลังไล่จับกัน

ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเข้ามาชี้ช่อง หรือปิดหูปิดตากระบวนการเลี่ยงภาษีก็จะเกิดได้ยาก

เพราะที่ผ่านมากระบวนการนำเข้ารถหรูจากต่างประเทศจะพิจารณาเฉพาะใบอินวอยซ์จากผู้นำเข้าที่แสดงเป็นหลักฐานเท่านั้นโดยไม่มีราคากลาง และจะแจ้งราคานำเข้าเป็นเงินตราต่างประเทศหลากหลายสกุล

ผลก็คือมีการนำเข้ารถหรูหรือซูเปอร์คาร์เป็นจำนวนมากโดยแจ้งราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

ตัวอย่างเช่น รถแลมโบร์กินี ราคาจากประเทศอิตาลี 2.86 แสนยูโร เมื่อมาถึงประเทศไทยมีขบวนการจัดทำเอกสารสำแดงราคาเป็น 1.05 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.4 ล้านบาท ตามกฎหมายต้องเสียภาษี 328% หรือ 11 ล้านบาท

แต่ทว่าหากคำนวณภาษีตามราคาจริง รถคันนี้จะมีราคาตั้งต้นอยู่ที่ 12 ล้านบาทเศษ ไม่ใช่ 3.4 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีในราคา 41 ล้านบาท เท่ากับว่ารถคันนี้ชำระภาษีขาดไปจำนวน 30 ล้านบาท

เท่าที่ประเมินมีการนำเข้าลักษณะดังกล่าวเป็นหมื่นคันความเสียหายมหาศาล

สำหรับต้นตอการสอบสวนรถหรูนี้เกิดขึ้นตั้งแต่คดีรถยนต์หรูไฟไหม้ที่ อ.กลางดง จ.นครราชสีมา จำนวน 6 คัน ปี 2556

ขั้นตอนการดำเนินคดี ล่าช้า และยุ่งยาก แต่จุดสำคัญที่นำมาเป็นหลักฐานก็คือการติดต่อประสานความร่วมมือผ่านสำนักงานอัยการต่างประเทศไปยังประเทศอิตาลี อังกฤษ และญี่ปุ่นจนทำให้ได้ราคารถยนต์ที่แท้จริง

จากนั้นก็นำราคาดังกล่าวมาใช้พิสูจน์เปรียบเทียบกับเอกสารที่ผู้ประกอบการนำมายื่นเสียภาษีนำเข้ารถยนต์

ดีเอสไอได้รับการประสานจากหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ ประเทศอังกฤษ (National Vehicle Crime Intelligence Service หรือ NaVCIS) ว่ามีรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษส่งมาที่ประเทศไทยจำนวน 42 คัน

รถดังกล่าวมีการตรวจพบว่า กระจายอยู่ในไทยจริง

ทั้งหมดคือคดีโกงภาษีขนาดมหึมาที่ลามถึงบิ๊กข้าราชการ

ส่วนจะมีที่บิ๊กกว่านั้นหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย