
บริษัทของเศรษฐี
กิจกรรมยอดฮิตที่บรรดาเศรษฐี มหาเศรษฐีทั้งหลายกำลังทำกันอย่างสนุกสนาน ก็คือการแห่แหนตั้งบริษัท
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กิจกรรมยอดฮิตที่บรรดาเศรษฐี มหาเศรษฐีทั้งหลายกำลังทำกันอย่างสนุกสนาน ก็คือการแห่แหนตั้งบริษัท
แต่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้ทำธุรกิจอย่างจริงจัง เพียงตั้งขึ้นมาเพื่อถือครองทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินนั่นเอง
ทั้งหมดเกิดมาจากการบังคับใช้กฎหมายภาษีมรดก ที่ใครถือครองที่ดินถ้ามีการตกทอดเป็นมรดกก็ต้องเสียภาษีตามราคาที่ประเมิน
ดังนั้นจึงเกิดรายการตั้งบริษัทมาถือครองที่ดิน โอนย้ายไปก่อน
วิธีการง่ายๆ ก็คือการไปจดทะเบียนตั้งบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์ และตีมูลค่าที่ดินให้เป็นทุนจดทะเบียนนั่นเอง
ที่ดินที่เคยถือครองในนามบุคคล ก็จะแปรเปลี่ยนไปถือครองในนามบริษัทจำกัดแทน
ส่วนเจ้าของที่ดิน จากเดิมที่ถือครองเป็นโฉนด ก็จะถือครองหุ้นในบริษัทที่ถือครองที่ดินนั้นทั้ง 100%
ในอนาคต ถ้ามีการโอนมรดก หรือจะต้องขายที่ดิน ก็เพียงแต่โอนหุ้น หรือขายหุ้นในบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นอันเสร็จพิธี
ไม่ต้องยุ่งยาก ไม่ต้องมาคิดว่าต้องเสียภาษีมรดกเท่าใด
แต่ช้าก่อน งานนี้ยังมีจุดสำคัญอีกประการ ก็คือการประเมินราคาที่ดินที่จะแปลงสภาพเป็นทุนจดทะเบียน
หากที่ดินนั้นมีโอกาสขายในอนาคต หรือคิดแล้วว่าลูกหลานถ้าได้ไปมีหวังจะขายแน่ ก็ต้องมีกลเม็ดเคล็ดลับ
เช่น ที่ดินราคา 100 ล้านบาท ถ้าไปตีราคา 100 ล้านบาท ในอนาคตที่ดินพุ่งถึง 200 ล้านบาท ก็เท่ากับทรัพย์สินของบริษัทเพิ่มเท่าตัว และมูลค่าหุ้นตามบัญชีของบริษัทก็ต้องเพิ่มจาก 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท
ดังนั้น หากขายที่ดิน โดยขายหุ้นทั้งหมดออกไปในราคา 200 ล้านบาท ก็จะมีกำไรทันที 100 ล้านบาท ส่วนที่กำไรนี้ต้องเสียภาษีที่เกิดจากส่วนล้ำมูลค่าหุ้น หรือ Capital Gain Tax
นี่แหละที่มันต้องวางแผนล่วงหน้า
ทางออกที่ทำกันก็คือการตีราคาที่ดินให้สูงๆ เข้าไว้
เช่น ที่ดินผืนนั้นราคา 100 ล้านบาท ก็ตีราคาไป 200 ล้านบาท และเอาที่ดินนั้นมาแปลงสภาพเป็นทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท
ต่อไปถ้ามีคนสนใจที่ดิน ก็เพียงแต่ขายหุ้นในบริษัทที่ถือครองที่ดินออกไป ในมูลค่าตรงเป๊ะที่ 200 ล้านบาท ขายอย่างไรก็ไม่ต้องเสียภาษี เพราะขายหุ้นในราคาทุนจดทะเบียน
ฉะนั้น อย่าแปลกใจที่ทำไมยอดการก่อตั้งนิติบุคคลถึงเพิ่มขึ้นสวนทางกับภาวะการจ้างงานที่ลดต่ำลง ทั้งๆ ที่ถ้ามีการตั้งกิจการเพิ่ม เศรษฐกิจขยายตัว การจ้างงานก็น่าจะดี
บริษัทหลายแห่งที่ทุนจดทะเบียนเป็นหลักร้อยล้านบาท ตั้งขึ้นมาเพื่อถือครองที่ดินเอาไว้ในมือเท่านั้น ไม่มีการลงทุน ไม่มีการทำธุรกิจ ไม่มีการจ้างงาน
แต่ละปีภาระที่มีก็คือการทำบัญชี ส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่านั้น ซึ่งเป็นต้นทุนที่น้อยมาก ยิ่งถ้ามีกิจการอื่นและมีฝ่ายบัญชีอยู่แล้ว ก็ไม่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาเลย
ชิล-ชิล สุดฟิน สบายใจเฉิบ







