
ช่องห่างของเงินเดือน ผู้บริหาร-พนักงานเอเชีย
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการศึกษาโดยบริษัทที่ปรึกษา Willis Tower Watson
โดย...ดิลก ถือกล้า
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการศึกษาโดยบริษัทที่ปรึกษา Willis Tower Watson เกี่ยวกับความแตกต่างของเงินเดือนเฉลี่ยของพนักงานเข้าใหม่กับของผู้บริหารระดับสูงในประเทศแถบเอเชีย 15 ประเทศ เพื่อจะดูว่ามีช่องห่างเป็นอย่างไร
พบว่า มี 9 ประเทศที่มีช่องห่างของเงินเดือนในปี 2559 เพิ่มขึ้นกว่าปี 2558 ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไทย
ที่น่าสนใจก็คือ ไทยของเราจัดเป็นประเทศที่มีช่องห่างของเงินเดือนสูงเป็นอันดับสองรองจากอินโดนีเซีย โดยช่องห่างของเงินเดือนในปี 2559 ของไทย อยู่ที่ 14.9 เท่า ในขณะที่อินโดนีเซียอยู่ที่ 15.8 เท่า สำหรับช่องห่างในประเทศอื่นๆ จะน้อยกว่าเรา เป็นต้นว่า จีนอยู่ที่ 9.7 เท่า ฮ่องกง 7.5 เท่า สิงคโปร์ 6.5 เท่า
จากข้อมูลช่องห่างดังกล่าวอาจสะท้อนได้ว่า เมื่อประเทศมีการพัฒนาในระดับหนึ่ง จะทำให้ช่องห่างของเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงและพนักงานแคบลง นอกจากนี้ในประเทศที่มีช่องห่างของเงินเดือนที่มากเกินไป จะสะท้อนถึงความขาดประสิทธิภาพในการบริหารความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ ซึ่งในแง่ขององค์กรแล้วก็อาจสร้างปัญหาแรงงาน สัมพันธ์ได้
และเมื่อมองข้อมูลเฉพาะเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูง มีข้อมูลที่น่าสนใจที่ทางบริษัทที่ปรึกษาได้เปรียบเทียบให้เห็น คือ ข้อมูลเปรียบเทียบเงินเดือนของผู้บริหารในอเมริกากับผู้บริหารในเอเชีย ซึ่งข้อมูลนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของผมที่เชื่อมาตลอดว่า ผู้บริหารในอเมริกาจะได้เงินเดือนสูงกว่าผู้บริหารในเอเชีย
แต่จากข้อมูลนี้พบว่า ไม่เป็นอย่างที่ผมเคยเข้าใจ โดยหากตั้งฐานว่า เงินเดือนของผู้บริหารอเมริกันอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบผู้บริหารในเอเชียพบว่า ฮ่องกงได้ 128 เหรียญสหรัฐ สิงคโปร์ได้ 132 เหรียญสหรัฐ จีนได้ 98 เหรียญสหรัฐ และไทย 87 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อมองมาที่เฉพาะความต่างของผู้บริหารไทยกับผู้บริหารอเมริกันจะเห็นความต่างเพียง 13 เหรียญสหรัฐ
ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่หากองค์กรในประเทศไทยที่ส่งพนักงานระดับผู้บริหารไปประจำยังต่างประเทศมักจะพบว่า ในท้ายที่สุด ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับพนักงานที่ถูกส่งไปทำงานต่างประเทศสูงกว่าการจ้างพนักงานในประเทศปลายทาง เพราะผลตอบแทนของผู้บริหารในประเทศไทยได้ขยับสูงไปมีความใกล้เคียงกับของผู้บริหารในประเทศอื่นๆ และเมื่อคำนวณเป็นผลตอบแทนสำหรับพนักงานที่ประจำต่างประเทศแล้ว จะทำให้สูงขึ้นไปกว่าเดิมมาก
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Willis Tower Watson และ HR in Asia







