
คิดดีแต่มีปัญหา
เศรษฐกิจไม่คึกคัก เงินไม่ลื่นไหล กลายเป็นปมปัญหาที่ทำให้ 3 ปี ของ คสช.ไม่หวานชื่นอย่างที่คิด
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจไม่คึกคัก เงินไม่ลื่นไหล กลายเป็นปมปัญหาที่ทำให้ 3 ปี ของ คสช.ไม่หวานชื่นอย่างที่คิด
แม้ว่าจะมีความพยายามผลักดันโครงการต่างๆ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณแผ่นดินกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำไปทำมาก็มีสารพันปัญหา
ที่สำคัญ อาทิ โครงการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ โดยให้แต่ละจังหวัดรวมตัวเป็นกลุ่มจังหวัด ทำแผนจัดทำงบประมาณในแต่ละท้องที่เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างการจ้างงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ ในทางปฏิบัติกลับไปคนละทิศ
ปัญหาเกิดจากการเสนอโครงการของแต่ละกลุ่มจังหวัด ที่บางครั้งไม่มีคุณภาพ หรือเป็นการปัดฝุ่นเอาโครงการเก่าที่เคยเสนอไว้แล้ว หรือเสนอไม่ทัน กลับมาเสนอใหม่
ตัวอย่างที่เป็นตอผุดให้เห็น อาทิ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ได้เสนอโครงการมากมาย โดยหนึ่งในนั้นเรียกว่า โครงการเมืองสปาและหมู่บ้านน้ำพุร้อนเพื่อการท่องเที่ยว งบประมาณกว่า 238 ล้านบาท
ตามโครงการจะมีการปรับปรุงน้ำพุร้อนในภาคเหนือ ที่อยู่ในเขตอุทยาน อาทิ ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ออบหลวง และดอยผ้าห่มปก และที่ผาแดง จ.เชียงใหม่ สุดท้ายที่ แจ้ซ้อน จ.ลำปาง
รูปแบบก็คือจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละน้ำพุร้อน โดยมีทั้งบริการสปา นวด อาหาร และที่พัก
การบริหารงานจะเป็นรูปแบบของสหกรณ์ชุมชน เปิดโอกาสให้สมาชิกในชุมชนเข้ามาซื้อหุ้น และการคัดเลือกคนทำงานก็จะคัดเลือกจากบุคลากรในชุมชนก่อน คล้ายรัฐวิสาหกิจชุมชน ทั้งในรูปแบบของการบริหารงานและการใช้น้ำพุร้อน
ฟังๆ ดูแล้วเป็นโครงการที่ดี แต่สุดท้ายก็ต้องชนตอ
โครงการที่ต้องพับไปแล้วคือที่ อ.ปาย
สาเหตุสำคัญก็คือชาวบ้านไม่เอาด้วย เพราะการจัดทำโครงการไม่ได้ลงไปสอบถามความเห็นจากชาวบ้าน
สิ่งที่ชุมชนกังวลก็คือ เมื่อมีการก่อสร้างโครงการใหม่ จะเกิดแย่งชิงทรัพยากรจากทุนต่างถิ่นที่มีกำลังเหนือกว่า
นอกจากนั้น สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชาวบ้านจะเปลี่ยนไป จากการก่อสร้างอาคาร จากปัญหาที่มากับการท่องเที่ยว อาทิ ขยะ น้ำ ฯลฯ
ชาวบ้านอยากให้นำงบประมาณที่มาปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ใช้งานได้ดีขึ้นจะดีกว่า ทั้งในส่วนของห้องน้ำ และห้องบริการน้ำร้อน ที่ของเก่าทรุดโทรมจนไม่มีคนเข้าไปใช้บริการ
ที่ผ่านมาพื้นฐานชุมชนเคยทำการเกษตร อยู่แบบพอเพียง ต่อมาเมื่อการท่องเที่ยวเมืองปายขยายตัวขึ้น ก็ส่งผลกระทบอย่างมากไปแล้ว
รวมความแล้วโครงการใหม่ สุดท้ายก็ต้องพับ เก็บเข้าลิ้นชัก
และทั้งหมดเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า โครงการผลักดันงบประมาณกระจายออกไป จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่คุณภาพการทำโครงการของระดับพื้นที่ โดยถ้าทำลักษณะจากบนลงล่าง ใช้กลไกอำนาจรัฐคิดเอง ทำเอง ไม่ได้ลงไปสัมผัสระดับฐานราก ก็จะเกิดปัญหาเมื่อลงไปปฏิบัติจริง
นโยบายที่เริ่มต้นดี คิดด้วยดี แต่ก็อาจต้องตกม้าตาย
เงินเลยค้างท่อ ไม่กระจายไปด้วยประการฉะนี้แล







