posttoday
ทิศทางทอง จังหวะทำกำไรขาลง!

ทิศทางทอง จังหวะทำกำไรขาลง!

09 พฤษภาคม 2560

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับปิดในวันที่ 28 เม.ย. บริเวณ 1,268 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายของเดือน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวลงหลุดแนวระดับแนวรับสำคัญ 1,250 เหรียญสหรัฐลงมา และมาทำจุดต่ำสุดแถวระดับ 1,225 เหรียญสหรัฐ ทำให้ภาพของราคาทองคำกลับมาเป็นขาลงและมีโอกาสกลับลงมาทดสอบระดับเป้าหมายถัดไป 1,200 เหรียญสหรัฐ

ภาพรวมแล้วสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำลดลงไปกว่า 40 เหรียญสหรัฐ โดยได้รับแรงกดดันจากการที่ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลีเหนือ ระหว่างสหรัฐ-เกาหลีเหนือ ประกอบกับภาวะตึงเครียดทางการเมืองในฝรั่งเศสที่บรรเทาลงไป จากแนวโน้มที่ว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในรอบที่ 2 ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค.นั้น มารีน เลอ เปน ผู้สมัครตัวแทนจากพรรคขวาจัดที่มีแนวคิดต่อต้านอียู ดูจะพ่ายแพ้ให้กับ เอ็มมานูเอล มาครอง ตัวแทนจากพรรคฝ่ายกลางที่มีท่าทีเป็นมิตรต่อทางสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งกดดันราคาทองคำในทิศทางขาลง

ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ แม้จะมีสัญญาณชะลอตัวในไตรมาสแรกก็ตาม ขณะที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 2-3 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้ช่วยหนุนให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์เมื่อเทียบกับค่าเงินเยนที่ระดับ 112.86 เยน/เหรียญสหรัฐ ทันทีที่ทราบผลการประชุมเฟด เนื่องจากเฟดมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ และมองว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกนั้นเป็นเพียงการชะลอตัวชั่วคราวเท่านั้น

จึงทำให้ตลาดตีความกันว่าเฟดมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเร็วที่สุดน่าจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนหน้า โดยผลสำรวจล่าสุดจาก CME Group ก็บ่งชี้ให้เห็นว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมในช่วงกลางสัปดาห์ บรรดาเหล่าเทรดเดอร์และนักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักและประเมินว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นั้นสูงเกือบ 80% จากมุมมองก่อนประชุมเฟดแถวระดับ 60% ซึ่งการประชุมเฟดนั้นได้หนุนให้นักลงทุนกลับเข้าถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างค่าเงินดอลลาร์และตลาดหุ้น และทำให้เกิดแรงเทขายในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและค่าเงินเยน

อย่างไรก็ดี หากข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่จะประกาศในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา อันได้แก่ การจ้างงานนอกภาคเกษตร ออกมาแข็งแกร่งได้ตามคาดหรือมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งหนุนทิศทางความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐ และมีโอกาสทำให้ราคาทองคำนั้นปรับตัวลงมาทดสอบ 1,200 เหรียญสหรัฐ หรือต่ำกว่าได้ แต่หากข้อมูลออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ คาดว่าราคาทองคำอาจจะดีดกลับขึ้นไปได้ แต่จะปรับขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะปัจจัยและสภาวะแวดล้อมยังกดดันทองคำขาลงอยู่

วิเคราะห์เทคนิค

ภาพทางเทคนิคของราคาทองคำหลังจากที่หลุดระดับแนวรับ 1,250 เหรียญสหรัฐลงมา ก็มีการย่อกลับลงมาทดสอบแถวระดับ 1,225 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี มองว่าตัวช่วยสุดท้ายที่จะทำให้ราคาทองคำกลับมาคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค.นี้ โดยหากผลการเลือกตั้งพลิกโผจากผลสำรวจหรือที่คาดการณ์ไว้ว่าเป็นมารีน เลอ เปน จากพรรคขวาจัด สามารถเอาชนะเอ็มมานูเอล มาครอง จากพรรคกลางได้ ก็จะทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดภาวะ Frexit และน่าจะส่งผลให้มีแรงเข้าซื้อทองคำกลับมาอีกครั้ง สำหรับภาพรวมตลาดหากราคาทองคำหลุด 1,230 เหรียญสหรัฐ ก็มีโอกาสจะทดสอบ 1,200 เหรียญสหรัฐ ซึ่งภาพเริ่มกลับเป็นขาลง อันจะเห็นได้จากภาพทางเทคนิคระยะยาวเบรกแนวโน้มขาขึ้นลงมา จึงน่าจะส่งผลให้ราคามีโอกาสลงต่อเพื่อทดสอบ 1,200 เหรียญสหรัฐได้ ดังนั้นหากราคาทองคำดีดกลับแต่ไม่ผ่านขึ้นไปยืนเหนือ 1,250 เหรียญสหรัฐได้ ก็น่าจะเป็นโอกาสทำกำไร โดยเปิดสถานะ Short Position แถวระดับดังกล่าว และลงมาซื้อปิดทำกำไรบริเวณแนวรับแรก 1,225 เหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย