
เนติวิทย์แล้วไง!
บ้านนี้เมืองนี้ไม่รู้อะไรกันนักหนา กะอีแค่ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตรัฐศาสตร์ปี 2 จุฬาฯ
โดย...สันทัด กรณี
บ้านนี้เมืองนี้ไม่รู้อะไรกันนักหนา กะอีแค่ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตรัฐศาสตร์ปี 2 จุฬาฯ ได้รับเลือกเป็นประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หะแรก ไม่คิดจะคุยเรื่องนี้ และไม่เคยเขียนถึง เนติวิทย์ มาก่อน แต่ก็ตามดูเด็กกิจกรรมคนนี้เคลื่อนไหวทางสังคมเป็นระยะ บางครั้งก็สะใจ บางครั้งก็รำคาญใจ บางครั้งก็หมั่นไส้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ครับ เมื่อสภานิสิตจุฬาฯ ตัวแทนนิสิตทั้งมหาวิทยาลัย โหวตเลือก เนติวิทย์ เป็นประธานสภานิสิตจุฬาฯ อย่างถูกต้องตามกติกาที่กำหนด ผมมองแล้วไม่มีเหตุผลอันใดที่ใครต่อใครจะออกมาโวยวายใส่การตัดสินใจของสภานิสิตจุฬาฯ
จริงอยู่ในสายตาของคนทั่วไปมองได้ว่า เนติวิทย์ เปี่ยมวิญญาณขบถ มีพฤติกรรมต่อต้านกติกาสังคม
บางเรื่องก็มีคนเห็นด้วย เช่น เคลื่อนไหวต่อต้านระบบโซตัส เบนหลักการความเท่าเทียมกันและสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ หรือการออกมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการรัฐประหาร
บางเรื่องก็ถูกคนก่นด่า ว่ากล่าวขั้นเนรคุณต่อแผ่นดินด้วยซ้ำ อาทิ ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร ต่อต้านการต้องเป็นทหารโดยไม่สมัครใจ ปฏิเสธการถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล ในระหว่างพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้าเป็นนิสิตจุฬาฯ ปฏิเสธประเพณีถวายบังคม และประกาศไม่ยอมหมอบกราบใคร
ครับ...การใช้พฤติกรรมสุดโต่งต่อต้านขนบ และวิธีการเรียกร้อง สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน ของเนติวิทย์ มันได้สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับคนจำนวนมาก แต่ก็มีเด็กรุ่นใหม่เป็นแฟนคลับอยู่พอสมควร
แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในสภานิสิตจุฬาฯ ชื่นชมคนอย่างเนติวิทย์ ผมก็ไม่เห็นว่า ความชื่นชมนี้จะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นนอกประชาคมจุฬาฯ
โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเมื่อ เนติวิทย์ อาสาเสนอตัวมาทำหน้าที่นี้ คงตระหนักในหน้าที่ ภารกิจและศักดิ์ศรีของสถาบัน และย่างก้าวด้วยความสุขุม ไม่เกรียนแบบสุดโต่งเหมือนครั้งยังเป็นปัจเจก
และตำแหน่งนี้ก็ไม่ได้อะไรนักหนา เป็นสภาตรวจสอบการบริหารงานขององค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ (อบจ.) เทียบเคียงง่ายๆ คล้ายกับตำแหน่งประธานรัฐสภานั่นแหละ
นายก อบจ.ต่างหากที่เป็นคนกำกับบทบาทนำการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของนิสิตจุฬาฯ
ครับ...ปล่อยเด็กๆ ชาวจุฬาฯ เขาว่าของเขาไปเถิดครับ เขาเลือกแล้ว เลือกต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในประชาคมของเขา มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะต้องตีตนไปก่อนไข้ ตราบใดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสาธารณะ
สิ่งที่น่าด่าอย่างยิ่งต่อประเด็นนี้ก็คือ นักการเมืองหัวดำหัวหงอก ที่ออกมาห้อยโหนเนติวิทย์ เพื่อหาเศษหาเลยทางการเมือง พยายามขยายผลสร้างแรงกระเพื่อมระดับชาติ
ขอหัวเราะเบาๆ ต่อการได้ฟังเหล่าทาสตระกูลชิน เรียงหน้าเชิดชูผู้มีวิญญาณขบถ...ฮ่าๆๆๆ







