
สปท.ออกทะเล
คนถามผมว่า สื่อมวลชนทำไมถึงต่อต้าน ร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อ
โดย...สันทัด กรณี
คนถามผมว่า สื่อมวลชนทำไมถึงต่อต้าน ร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อ อย่างจริงจังไม่ยอมปล่อยวางเสียบ้าง กลัวอะไรกับการถูกตรวจสอบ แล้วทางโน้นเขาก็ยอมถอยให้ครึ่งทางแล้ว
ครับ...มีคนจำนวนไม่น้อยคิดอย่างนั้น ก็เป็นหน้าที่ของคนในอาชีพสื่อมวลชน ต้องทำความเข้าใจ ชี้แจงให้ชัดเจน กระจ่างถึงเหตุที่ต้อง “เปิดวอร์” ต่อต้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน
ขอทำหน้าที่ตรงนี้บ้างเล็กๆ การที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยอมปรับแก้ร่างกฎหมายปฏิรูปสื่อนั่นน่ะ มันไม่ได้ทำให้หลักการและเจตนารมณ์ที่จะควบคุมสื่อหมดไป หรือเจือจางลงหรอกครับ
การปรับแก้ก็เป็นการถอยเพื่อตั้งรับ เป็นไปในลักษณะกลั้นใจดื่มสุราจับกรอกหลังจากสื่อมวลชนร่วมกันเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างจริงจัง
เพราะหลักการสำคัญที่ยอมรับไม่ได้ยังคงอยู่ นั่นคือ ยังให้มีตัวแทนภาครัฐอยู่ในคณะกรรมการสภาวิชาชีพฯ ที่นั่งควบคุมสื่อ แล้วสื่อฯ จะตรวจสอบการทำงานของรัฐได้อย่างไร
ครับ...จริงๆ แล้ว ถ้ามองในมุมอื่นบ้าง ผมคิดว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต้องการกำจัด ควบคุม สื่อออนไลน์ที่ใครก็สามารถเข้าไปใช้ได้มากกว่า โดยเฉพาะคนบางกลุ่มที่มีการเคลื่อนในเชิงปฏิปักษ์กับสถาบัน และรัฐไทย
หากคิดเช่นนั้น ท่านก็หลงทางมาไกลมาก
เอ่อ...ผมไม่ทราบว่า บรรดาสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ป่านนี้ท่านมีปัญญาแยกแยะประเภทของสื่อได้หรือไม่
อะไรคือสื่อกระแสหลักมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
อะไรคือสื่อที่มีลักษณะปัจเจก แหวกว่ายในโลกดิจิทัล
ท่านเล่นแบบเรือดำน้ำ จู่ๆ โผล่ขึ้นมา จัดประเภทสื่อด้วยเครื่องมือในการนำเสนอ มันผิดตั้งแต่ต้น เขียนมาก็ปล่อยไก่
ครับ...อันที่จริงสื่อกระแสหลักนั้น ทุกวันนี้ก็แทบขยับหายใจกันลำบากอยู่แล้วด้วยกฎหมายไม่รู้กี่ฉบับกี่ฉบับกำกับควบคุมอยู่ การทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะแต่ละสำนักต้องเดินหน้า
อย่างรอบคอบในการนำเสนอข่าว
ผมยกตัวอย่างนะครับ ตำรวจจับหัวขโมย ขโมยก็รับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ข่าวแบบนี้สื่อกระแสหลักต้องนำเสนอด้วยความหงุดหงิด หงุดหงิดเพราะอยากจะนำเอาหนังหน้าคนร้ายออกมาป่าวประกาศให้โลกรู้ ให้ชาวบ้านทราบว่า ถ้าหน้าตาอย่างนี้หลุดคุกออกมาโต๋เต๋แถวบ้านต้องระวังกันไว้ให้มาก
แต่...ก็ทำไม่ได้ เพราะมันเป็นการละเมิดสิทธิผู้ต้องหา
ส่วนสื่อในโลกดิจิทัล ก็มี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ควบคุมอย่างเข้มงวด
ในประเด็นนี้กลุ่มคนซึ่งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คิดจะจัดการบุคคลไม่พึ่งปรารถนาในสื่อออนไลน์น่ะ ถึงออกกฎหมายมาอีกร้อยฉบับคุณก็จับเขาไม่ได้ ห้ามเขาไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ







