
หยุดข่าวลือ
จู่ๆ ก็เกิดข่าวลือและเผยแพร่ตามข่าวกันวุ่นวาย ทำนองว่าทางการมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในขบวนการของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
จู่ๆ ก็เกิดข่าวลือและเผยแพร่ตามข่าวกันวุ่นวาย ทำนองว่าทางการมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในขบวนการของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส และมีส่วนหนึ่งหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยกบดานอยู่ในแถบชายแดนภาคใต้
ผู้ต้องสงสัยรายนี้ มีชื่อเรียกขานพร้อมภาพถ่าย โดยข่าวระบุว่าเข้ามาพร้อมอาวุธปืน 3 กระบอก
จากนั้นก็เป็นการไล่ถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฯลฯ ขยายวงออกไป
เท่าที่ยืนยันอย่างเป็นทางการก็คือตำรวจมาเลเซียมีการปฏิบัติการจับกุมกลุ่มก่อความไม่สงบในประเทศมาเลเซียจริง แต่ยังไม่มีรายงานถึงเรื่องมีผู้ต้องสงสัยหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเองก็ยังไม่ได้รับรายงานว่าบุคคลดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองตามแนวชายแดน หากเป็นการเข้ามาพร้อมอาวุธก็ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้อยู่แล้ว
ส่วนจะผ่านเข้ามาในช่องทางอื่นหรือไม่ ยังไม่ได้รับรายงาน
นี่แหละที่มาที่ไปของเรื่อง
แต่ที่น่าห่วงก็คือข่าวลือทำนองนี้มีความน่าหวาดเสียวเกินไป
เพราะผู้ก่อการร้ายกลุ่มไอเอสสร้างความเสียหายมากมายทั่วโลก เอาแค่มีข่าวเข้าไปประเทศไหนก็คงวุ่นวาย สร้างผลกระทบไม่มากก็น้อย
ขนาดกระทรวงกลาโหมต้องออกมาชี้แจง พร้อมกับยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงยังไม่ได้รับการประสานจากทางการมาเลเซียถึงเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการและกำชับให้หน่วยงานด้านการข่าว ได้ตรวจสอบ ติดตาม และประสานข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 4 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ร่วมกันโดยไม่ประมาท
นอกจากนั้น ฝ่ายความมั่นคงได้ประสานและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะการดำเนินการและติดตามความเคลื่อนไหวต่อกลุ่มต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ที่อาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ
ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมยังขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ให้ใช้ดุลพินิจในการเสนอข่าวที่มีความละเอียดอ่อนที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง มิให้สังคมตื่นตระหนกและสับสน
ทั้งหมดแปลความได้ว่า ข่าวที่ออกมายังเป็นแค่การลือ โดยยังไม่มีข้อมูล หรือคำยืนยันอย่างเป็นทางการทั้งจากฝั่งไทยและมาเลเซีย
และข่าวลือแบบนี้อย่าไปลืออีก โดยเฉพาะอย่าไปส่งต่อในบรรดาโซเชียลมีเดีย ประเภทได้มาอย่างไรก็ส่งต่อกันไปทอดๆ
มันไม่มีประโยชน์หรอก โดยถ้าข่าวมีเค้าความจริงอยู่บ้าง ก็ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ไปดูแล บรรดาประชาชนทั่วไปจะไปทำอะไรได้
แต่ถ้าไม่จริงจะสร้างความเสียหาย กระทบกันมากมาย เรียกว่าไม่คุ้มค่าเอาเลย
วันนี้ช่วยกันหยุดข่าวลือกันเถอะ
เพราะสุดท้ายพวกเรานี่แหละได้รับผลเสียทั้งหมด







