
ดราม่าเก็บเห็ด
วันนี้ขอร่วมวงดราม่า คดีตายายต้องติดคุกเพราะเก็บเห็ด! ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
โดย...สันทัด กรณี
วันนี้ขอร่วมวงดราม่า คดีตายายต้องติดคุกเพราะเก็บเห็ด! ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาจบสิ้นกระบวนความให้ลงโทษทั้งสองคนคนละ 5 ปี
อยากคุยเรื่องนี้ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยไม่เข้าใจ และมีบางคนพยายามสร้างความแตกแยกในสังคม ด้วยการถล่มศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งผมดูแล้วไม่เป็นธรรมต่อผู้พิพากษาในคดีนี้ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา
เครื่องมือแสนคลาสสิก คือ การขยี้ว่าคนยากจนไม่มีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรม ส่วยคนรวยผิดขนาดไหนก็ไม่ติดคุก จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าคนในประเทศนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เสมอภาค คนจนติดคุกเพราะเก็บเห็ด
คดีนี้เกิดเมื่อปี 2553 เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ วันเกิดเหตุนายอำเภอท้องที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนถูกบุกรุกตัดไม้สักกว่า 72 ไร่ พวกที่ลอบตัดไม้ (น่าจะรับจ้างนายทุน?) ก็วิ่งป่าราบหายไปหมด
ตรวจไปตรวจมาเจอรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ ก็เลยยึดเป็นของกลางไปเก็บไว้ที่โรงพัก ตำรวจสอบดูพอรู้ตัวเจ้าของก็เชิญตัวมาสอบ ตายายก็มาพบตำรวจ บอกว่าเข้าไปเก็บเห็ดหาของป่าแล้วรถหาย พอรู้ว่าอยู่กับตำรวจก็เลยมาพบ
ทีนี้เข้าประเด็น ไม่รู้ว่ากระบวนการในชั้นสอบสวนเกิดอะไรขึ้น นายอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปกล่อมไปหลอกหรือไปบอกอะไร จึงทำให้ตายายยอมรับสารภาพว่าร่วมกันบุกรุกครอบครองทำประโยชน์โดยการใช้เครื่องมือตัดไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวน 700 ต้น ทั้งยังครอบครองไม้สักและไม้กระยาเลยอีก 1,148 ท่อน
จากนั้นนายอำเภอก็ให้ตำรวจส่งสำนวนสั่งฟ้องไปที่อัยการ โดยที่ตายายปฏิเสธไม่ต้องการ หรือ ทนาย จนเรื่องไปถึงศาลชั้นต้น ตายายแกก็ขอรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยสมัครใจต่อหน้าศาล (ซึ่งแปลกมาก ไม่รู้ว่าใครไปแนะนำ)
คำฟ้องไม่มีเรื่องเก็บเห็ดแม้แต่สักดอกเดียวครับ
ครับ...พื้นที่ป่าถูกทำลายจริง ของกลางมี จำเลยรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยไม่มียื่นหรือการนำสืบพยานหักล้าง
ผมถามว่าศาลท่านมีทางเลือกหรือไม่
ศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก 30 ปี สารภาพลดเหลือ 15 ปี
ศาลอุทธรณ์ จำเลยอ้างว่าที่สารภาพไปเพราะว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ (นัยว่าโดยหลอก) แต่ในทางกฎหมายมันเลยขั้นตอนไปแล้ว ถือเป็นการยกข้อเท็จจริงใหม่ในชั้นอุทธรณ์ซึ่งขัดกับคำสารภาพของจำเลยที่ยอมรับว่ากระทำความผิดตามฟ้อง เป็นข้อที่ทำไม่ได้ เพราะไม่ได้มีการยกขึ้นมาในศาลชั้นต้น ตัดสินพิพากษายืน
ศาลฎีกา มาถึงขั้นนี้ศาลท่านก็ไม่มีทางตัดสินใจเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากพิจารณาตามหลักฐานที่ปรากฏซึ่งมีแต่ของโจทก์กับคำสารภาพของจำเลย สรุปที่คุก 5 ปี
ครับ...เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคดีอาญาโทษหนักๆ ถ้าเราบริสุทธิ์อย่าได้หลวมตัวไปเชื่อคำยุยง ด้วยการรับสารภาพในชั้นศาลเด็ดขาด เพราะมันคือการปิดช่องทางการต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเรา
บอกแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเก็บเห็ด อย่าดราม่า







